[1] หุ้นหัวใจของ CEO

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 1 : สิงโตเฝ้าบ้าน

เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเคลือบเนื้อบางดังขึ้นเบาๆ กลางโต๊ะอาหารยาวที่รองรับคนได้กว่าสิบคน แต่เช้าวันนี้กลับมีคนนั่งอยู่เพียงสามคน แสงแดดยามสายส่องผ่านผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ทาบเงาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มอย่างงดงาม ทุกอย่างในคฤหาสน์หลังนี้ดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพถ่ายในนิตยสารสถาปัตยกรรมชั้นนำ ยกเว้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร

พิมพ์จันทร์วางแก้วน้ำลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้ามองผู้หญิงที่นั่งตรงข้าม แม่เลี้ยงของเธอกำลังจัดผ้าเช็ดปากบนตักอย่างประณีต ราวกับไม่รับรู้ถึงสายตาเย็นชาที่ส่งไปให้

"หนูจันทร์ควรเริ่มคิดเรื่องอนาคตจริงจังได้แล้วนะคะ" น้ำเสียงอ่อนหวานถูกส่งออกมาอย่างนุ่มนวล นุ่มนวลจนคนฟังรู้ดีว่ามีหนามซ่อนอยู่ข้างใน

"หนูคิดอยู่ทุกวันค่ะ" พิมพ์จันทร์ตอบโดยไม่แม้แต่จะยิ้ม

"งั้นก็ดีเลยค่ะ เพราะคุณพ่อกำลังจะเดินทางอีกหลายเดือน ถ้ามีเวลาว่างมากเกินไปก็คงไม่ดี"

เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่ายังไงคะ"

"ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" หญิงวัยกลางคนยิ้มบางๆ "แค่เป็นห่วงว่าบางคนอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการช้อปปิ้งหรือสร้างปัญหา"

บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที คนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างก้มหน้าลงราวกับไม่อยากมีตัวตนอยู่ตรงนั้น พิมพ์จันทร์หัวเราะในลำคอ ไม่ได้หัวเราะเพราะขำ แต่เพราะเธอรู้สึกเหนื่อย ตลอดสองปีที่ผ่านมา ทุกบทสนทนากลายเป็นการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกคำพูดถูกห่อด้วยรอยยิ้ม ทุกประโยคถูกเคลือบด้วยมารยาท และทุกครั้งที่เธอคิดว่าจะปล่อยผ่านได้ ก็จะมีใครบางคนโยนก้อนหินลงมาในน้ำที่กำลังสงบ

"ถ้าหนูสร้างปัญหาจริงๆ บ้านหลังนี้คงสงบกว่านี้เยอะค่ะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงทุ้มของผู้เป็นพ่อจะดังขึ้น "พอ" คำเดียว แต่หนักแน่นพอจะหยุดทุกอย่าง

พิมพ์จันทร์หันไปมองชายวัยสี่สิบปลายๆ ที่นั่งหัวโต๊ะ ความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่ในแววตาของเขาอย่างชัดเจน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ธุรกิจในยุโรปมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องจัดการด้วยตัวเอง เขาแทบไม่ได้พัก และตอนนี้ยังต้องมาปวดหัวกับคนในบ้านอีก ความรู้สึกผิดแล่นผ่านหัวใจของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความคิดบางอย่าง ความคิดที่เธอเก็บเอาไว้หลายสัปดาห์แล้ว

"พ่อคะ" ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้น "หนูตัดสินใจแล้ว"

"เรื่องอะไร"

พิมพ์จันทร์วางช้อนลง สบตาบิดาโดยตรง "หนูจะไปเรียนหุ้นกับอาสิงห์"

เสียงทุกอย่างในห้องเหมือนหยุดลงพร้อมกัน แม้แต่คนรับใช้ยังเผลอชะงัก ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวนิ่ง นิ่งเสียจนพิมพ์จันทร์เริ่มรู้ว่าตัวเองกำลังจุดชนวนอะไรบางอย่าง

"ไม่ได้" คำตอบมาแทบจะทันที

เธอสูดหายใจเข้าลึก "หนูยังพูดไม่จบเลยนะ"

"ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้"

"ทำไมคะ"

"เพราะฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร"

ดวงตากลายเป็นนิ่งช้าลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างมีเหตุผล และทุกคนบนโต๊ะก็รู้ดี พ่อของเธอถอนหายใจออกมา "จันทร์...สิงห์ไม่ใช่คนที่เธอควรไปอยู่ด้วยเป็นปี"

เด็กสาวเม้มริมฝีปาก "หนูไปเรียนเรื่องงาน"

"เธอแน่ใจเหรอ"

คำถามนั้นตรงเกินไป ตรงจนเธอรู้สึกร้อนที่ใบหู เพราะทั้งสองคนต่างรู้ว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องงาน ไม่ได้มีแค่เรื่องหุ้น และไม่ได้มีแค่เรื่องอนาคต มีใครบางคนอยู่ตรงกลางของเหตุผลทั้งหมดนั้น ผู้ชายคนหนึ่ง...ผู้ชายที่เธอแอบรักมานานหลายปี ผู้ชายที่รู้เรื่องนั้นดี ดีเสียจนไม่เคยปล่อยให้เธอเข้าใกล้เกินไปแม้แต่นิดเดียว แต่ก็พึงพอใจที่จะไม่ผลักไสเธอออกไป

"หนูอายุสิบเก้าแล้วนะคะ หนูดูแลตัวเองได้"

"นั่นไม่ใช่ประเด็น"

"งั้นประเด็นคืออะไร"

ผู้เป็นพ่อเงียบไป สายตาของเขาเลื่อนไปยังสวนด้านนอก ก่อนจะกลับมาหยุดที่ลูกสาวอีกครั้ง 

"ประเด็นคือฉันรู้จักสิงห์ดี และฉันรู้จักลูกสาวตัวเองดีกว่า"

หัวใจของเธอกระตุกวูบ เหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าซ่อนความลับเอาไว้ แต่ครั้งนี้เธอไม่คิดจะถอย ไม่อีกแล้ว

"หนูไม่ได้จะไปสารภาพรักเขาค่ะ" เธอพูดเรียบๆ "หนูแค่อยากไปเรียนรู้เรื่องหุ้น"

"แล้วถ้าหัวใจเธอไม่ยอมเรียนรู้ตามสมองล่ะ" 

คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง 

"อย่างน้อยหนูก็อยากลองใช้ชีวิตของตัวเอง"

แววตาของพ่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองลูกสาวตรงหน้าอยู่นาน นานจนเหมือนกำลังมองเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน แต่เด็กคนนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงหญิงสาวที่เติบโตขึ้นทุกวัน และกำลังพยายามเดินออกไปจากอ้อมแขนของเขาด้วยวิธีของตัวเอง เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว และนั่นคือสัญญาณแรกของความพ่ายแพ้

ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารอยู่พักใหญ่ พ่อของเธอลูบขอบแก้วกาแฟช้าๆ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างเหตุผลหลายสิบข้อในหัว ในฐานะนักธุรกิจ เขาเป็นคนตัดสินใจรวดเร็วเสมอ แต่ในฐานะพ่อ บางครั้งเรื่องง่ายที่สุดกลับกลายเป็นเรื่องยากที่สุด

"ฉันจะคุยกับสิงห์ก่อน" ประโยคนั้นทำให้พิมพ์จันทร์ต้องพยายามอย่างหนักไม่ให้ยิ้มออกมา เพราะเธอรู้จักพ่อดี เมื่อเขาเลิกพูดคำว่า "ไม่ได้" และเปลี่ยนเป็น "จะคุยก่อน" แปลว่ากำแพงเริ่มมีรอยร้าวแล้ว 

หญิงสาวก้มหน้าลงตักซุปต่ออย่างเงียบๆ แต่หัวใจกลับเต้นเร็วจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง

…..

สามวันต่อมา ฝนโปรยลงมาเหนือกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงบ่าย ละอองน้ำเกาะอยู่บนกระจกห้องนอนของพิมพ์จันทร์เป็นเส้นยาว เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมผืนหนานุ่มข้างหน้าต่าง มือถือถูกวางคว่ำอยู่ข้างตัว ตั้งแต่เช้าเธอเอาแต่เดินวนไปมา หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วก็วางลง เหมือนคนที่กำลังรอผลสอบสำคัญที่สุดในชีวิต

กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่บ้านเปิดประตูเข้ามา "คุณหนูคะ คุณท่านเรียกค่ะ"

พิมพ์จันทร์ลุกขึ้นแทบจะทันที เธอเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นพ่อกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างในห้องรับแขก โทรศัพท์ยังอยู่ในมือ ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าเดิมเล็กน้อย

"พ่อคุยกับอาสิงห์แล้วเหรอคะ"

ชายสูงวัยหันกลับมา สายตานั้นเต็มไปด้วยความหมายซับซ้อน "คุยแล้ว"

"แล้ว..."

"เขาตอบตกลง" ความโล่งใจพุ่งผ่านทั้งร่าง รวดเร็วจนเธอต้องกำมือแน่น แต่ประโยคถัดมาทำให้เธอชะงัก "แต่มีเงื่อนไข"

พิมพ์จันทร์เลิกคิ้ว "อะไรคะ"

"เธอจะอยู่ที่นั่นในฐานะนักเรียน ไม่ใช่เจ้าหญิง และเขาบอกว่าถ้าเธอสร้างปัญหา เขาจะส่งกลับบ้านทันที"

"หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ"

"นั่นแหละที่ฉันกลัว" ผู้เป็นพ่อพึมพำเบาจนเกือบไม่ได้ยิน

…..

เย็นวันเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิด คฤหาสน์ทั้งหลังดูวุ่นวายกว่าปกติ กระเป๋าเดินทางสามใบถูกจัดวางเรียงกันหน้าประตู พ่อของเธอมีไฟลต์ช่วงค่ำไปยุโรป ส่วนเธอจะย้ายออกจากบ้านในวันเดียวกัน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทั้งสองคนกำลังแยกจากกันพร้อมกัน ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในอก เหมือนหน้าสุดท้ายของหนังสือบทหนึ่งกำลังถูกปิดลง และหน้าถัดไปกำลังจะเริ่มต้น

รถสีดำคันยาวเลี้ยวเข้ามาในลานด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังรบกวน ไม่มีควาพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ทุกสายตากลับหันไปมองพร้อมกัน ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง รถหยุดนิ่ง คนขับลงมาเปิดประตูด้านหลัง และชายคนหนึ่งก้าวออกมา

หัวใจของพิมพ์จันทร์หยุดไปหนึ่งจังหวะ ทั้งที่ควรชินแล้วแต่เธอไม่เคยชินเลยสักครั้ง สิงห์สูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนเทิเมตรเล็กน้อย ร่างกายของคนที่ดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอดหลายปีทำให้ชุดสูทสีเข้มเรียบง่ายดูมีราคาแพงกว่าความเป็นจริงหลายเท่า เขาไม่ได้มีความสดใสแบบคนอายุสิบเก้ากว่า แต่มีบางอย่างที่หนักแน่นกว่า มั่นคงกว่า และอันตรายกว่ามาก สายตาคมกริบกวาดมองทุกอย่างเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหยุดที่เธอ

"สวัสดี" น้ำเสียงทุ้มลึกดังขึ้น

ผู้เป็นพ่อเดินเข้าไปจับมือเพื่อนสนิท คนสองคนที่รู้จักกันมานานกว่าสิบเก้าปีแลกเปลี่ยนบทสนทนาสั้นๆ สิงห์หันมาทางเธอในที่สุด สายตาคมเข้มกวาดผ่านใบหน้า เส้นผม ชุดเดรสสีครีม แล้วกลับขึ้นมาสบตาอีกครั้ง ไม่ถึงสองวินาทีแต่เธอกลับรู้สึกราวกับถูกประเมินทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

"โตขึ้นเยอะ" เขาพูด

พิมพ์จันทร์เม้มริมฝีปาก "อาสิงห์คิดว่าหนูยังเด็กอยู่เหรอคะ"

มุมปากของชายวัยสี่สิบขยับน้อยๆ คล้ายรอยยิ้มแต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้ม "คำถามนี้ค่อยตอบทีหลัง"

หลังอาหารเย็นมื้อสุดท้ายร่วมกับพ่อ เวลาลาจริงก็มาถึง ผู้เป็นพ่อดึงลูกสาวเข้ากอดแน่นนานกว่าปกติ "ดูแลตัวเอง"

"ค่ะ"

"อย่าดื้อ"

"หนูไม่ดื้อ"

"สิงห์" ชายสูงวัยหันไปหาเพื่อน "ฝากด้วย"

สิงห์พยักหน้าเพียงครั้งเดียว "ไม่ต้องห่วง" 

เป็นคำตอบสั้นๆ แต่มั่นคงจนทำให้คนฟังเชื่อได้ทันที

ภายในรถเงียบกว่าที่พิมพ์จันทร์คิด แสงไฟของเมืองไหลผ่านกระจกเป็นเส้นยาว ฝนยังตกปรอยๆ เธอนั่งอยู่เบาะด้านหลังข้างเดียวกับสิงห์ ระยะห่างไม่มากแต่ก็ไม่ใกล้ กลิ่นหนังแท้คุณภาพสูงผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขาเป็นกลิ่นที่เธอจำได้เสมอ

"มองอะไร" เสียงทุ้มดังขึ้นโดยไม่หันมา

พิมพ์จันทร์สะดุ้งเล็กน้อย "เปล่านี่คะ"

"งั้นก็ดี" เขายังมองเอกสารในมือ "เพราะเธอมองอามาตั้งแต่ขึ้นรถ"

ความร้อนแล่นขึ้นมาถึงใบหูทันที คนถูกจับได้หันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง ขณะที่เจ้าของประโยคกลับนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงกระดาษถูกปิดลง

"พ่อเธอบอกว่าอยากเรียนเรื่องลงทุน"

"ค่ะ"

"ทำไม"

เธอหันกลับมา "หนูสนใจ"

"นั่นไม่ใช่เหตุผล"

"แล้วเหตุผลแบบไหนถึงจะผ่าน"

สิงห์หันมาสบตาเธอเต็มๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ขึ้นรถ แววตานั้นนิ่งเกินไปจนเหมือนกำลังมองทะลุความคิดของคนตรงหน้า "เหตุผลที่จริงกว่านี้"

หัวใจของพิมพ์จันทร์เต้นแรง เธอรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร และเขาก็รู้ว่าเธอรู้ เกมนี้ดำเนินมาหลายปีแล้ว เกมที่ไม่มีใครพูดความจริงออกมาตรงๆ

"หนูอยากเก่งเหมือนอาสิงห์" เธอตอบในที่สุด

สิงห์มองเธออยู่สองวินาที ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "คำตอบนี้ฟังขึ้นหน่อย"

คฤหาสน์ของสิงห์ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างเงียบสงบทางชานเมือง ประตูเหล็กสูงเปิดออกช้าๆ รถเคลื่อนผ่านสวนที่ได้รับการดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟสนามสีอุ่นทоดยาวไปจนถึงตัวอาคาร พิมพ์จันทร์เคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่คืนนี้ต่างออกไปเพราะเธอไม่ได้มาเยี่ยม เธอกำลังจะอาศัยอยู่ที่นี่

บ้านหลังใหญ่สว่างด้วยแสงไฟสีทองนุ่มนวล ทุกอย่างดูสงบ สะอาด และเป็นระเบียบจนน่าประหลาดเหมือนเจ้าของบ้าน เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ผู้จัดการบ้านและพนักงานหลายคนยืนรอต้อนรับอยู่แล้ว สิงห์กล่าวแนะนำสั้นๆ ก่อนจะพาเธอขึ้นไปยังชั้นสองด้วยตัวเอง

ห้องพักอยู่สุดทางเดินฝั่งตะวันออก ประตูถูกเปิดออก พิมพ์จันทร์ก้าวเข้าไปช้าๆ ห้องกว้างกว่าคอนโดหรูหลายแห่งรวมกันเสียอีก ผ้าม่านสีครีมพลิ้วไหวอยู่หน้าแนวกระจกบานสูง เตียงขนาดใหญ่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีดอกไม้สดอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง

"ชอบไหม"

เธอหันกลับไป "สวยมากค่ะ"

สิงห์พยักหน้า ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท เป็นบัตรคีย์การ์ดสีดำด้าน เขาวางมันลงบนโต๊ะ "นี่สำหรับพื้นที่ส่วนตัวบางส่วนของบ้าน"

"บางส่วน?"

"บางส่วน"

พิมพ์จันทร์หรี่ตา "แล้วส่วนที่เหลือล่ะ"

"เข้าไม่ได้"

"ทำไม"

"เพราะฉันบอกว่าเข้าไม่ได้" คำตอบนั้นเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ ไม่มีการขึ้นเสียง แต่กลับทำให้เธอรู้สึกถึงอำนาจที่ชัดเจนอย่างประหลาด ราวกับเขาไม่ได้ออกคำสั่ง เพียงแค่บอกความจริงข้อหนึ่งของโลก และโลกใบนั้นไม่มีใครต่อรองได้

สิงห์มองนาฬิกาข้อมือ "พักผ่อนให้เต็มที่"

"แล้วพรุ่งนี้ล่ะคะ"

"เจ็ดโมงเช้า"

เธอเบิกตา "เช้าเกินไปไหม"

"สำหรับคนอยากเรียนรู้ชีวิตจริง" เขาเปิดประตู ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง สายตาคมเข้มหยุดอยู่บนใบหน้าเธอเพียงครู่เดียว "ยินดีต้อนรับสู่โลกของผู้ใหญ่ พิมพ์จันทร์"

แล้วประตูก็ปิดลง ทิ้งให้เธอยืนอยู่ลำพังกลางห้องเงียบสงบ เด็กสาวเดินไปยังหน้าต่าง มองแสงไฟของสวนด้านล่าง หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะบ้านหลังใหม่ ไม่ใช่เพราะการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นเพราะเจ้าของบ้าน ผู้ชายที่เดินออกจากห้องไปเมื่อครู่ ผู้ชายที่เธอแอบรักมานานหลายปี และนับจากคืนนี้ เธอกำลังจะใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกับเขาตลอดหนึ่งปีเต็ม โดยที่ยังรู้ดีว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดในบ้านหลังนี้ อาจไม่ใช่กฎระเบียบของสิงห์ แต่เป็นหัวใจของเธอเอง

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

นิยายที่แนะนำ

[5] The Sovereign’s Heart ♈ อาณาจักรไร้รัก

The Sovereign’s Heart  ♈  อาณาจักรไร้รัก AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction ©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพ...

นิยายที่ได้รับความนิยม