คลังนิยายระดับ Luxury
THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE
กลิ่นมะกอกและควันไฟ
2 ♉ Taurus
AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction
©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เรื่องย่อรวม
ตอนที่ 5 — “The Scent of Home”
— เช้าวันเดินทาง
สายลมคมเย็นยามเช้าตรู่พัดผ่านยอดใบสีเขียวอมเงินของสวนมะกอกจนเกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบของผืนดิน แสงแรกของวันขยับคลี่ตัวเหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออกอย่างเชื่องช้า ทอดเงายาวของรถยนต์คันหรูที่สตาร์ตเครื่องทิ้งไว้ตรงเฉลียงกว้าง พื้นกรวดละเอียดเบื้องล่างบดแน่นรองรับล้อรถยนต์อย่างมั่นคงไร้แรงสะเทือน ริสา ศุภดิษฐ์ ในชุดเดินทางผ้าลินินสีครีมคัตติ้งเรียบหรูหยุดยืนอยู่ตรงโถงกลางของคฤหาสน์หินเก่า ปลายนิ้วของเธอแตะอยู่บนหูหิ้วของกระดุมหนังบนกระเป๋าเดินทางใบเล็ก จังหวะการหายใจของเธอกระชั้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อความเงียบสงัดของตัวบ้านเริ่มกดทับลงมาในนาทีที่เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เวลาออกเดินทาง
สายตาของเธอสอดส่องผ่านความสลัวของโถงทางเดินกว้างเพื่อมองหาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคย ทว่าพื้นที่หัวโต๊ะอาหารยาวกลับว่างเปล่า มีเพียงแสงสว่างจางๆ จากช่องหน้าต่างที่สาดส่องลงบนพื้นหินขัดที่เย็นเยียบ พนักงานในบ้านก้าวเข้ามาเลื่อนกระเป๋าของเธอออกไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เอ่ยปากรบกวนสมาธิ ความรู้สึกหน่วงขึงในอกของเธอทวีความเด่นชัดขึ้นเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีไม่ได้ยืนรอส่งเธออยู่ตรงประตูบานสูงอย่างที่คาดหวังไว้ ฝ่ามือบางของเธอขยับปล่อยออกจากสายกระเป๋าช้าๆ ก่อนจะหมุนกายมุ่งหน้าไปยังทิศทางของครัวเปิดปีกตะวันออกตามสัญชาตญาณที่ฝังรากลึกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
กลิ่นหอมอบอวลของแป้งสาลีและเนยสดที่อบใหม่โชยมาแตะปลายจมูกของเธอช้าๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นควันจางๆ จากเตาฟืนโบราณที่ยังคงทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ตัวบ้าน ภาม ธนบดินทร์ ยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีเข้ม แสงยามเช้าทอดจับที่ลาดไหล่กว้างและแผ่นหลังเหยียดตรงของเขาจนเกิดเป็นเงาทอดยาวมาทับซ้อนบนผิวเนื้อของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงกรอบประตู ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองถูกตรึงไว้ด้วยความเงียบงันชั่วอึดใจ ชายหนุ่มใหญ่อาวุโสขยับมือของเขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะหินขัดอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าอันสุขุมและเยือกเย็นของเขาไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือหวั่นไหวต่อระบบเวลาของรถที่จอดรออยู่ด้านนอกแม้แต่น้อย
เขาเดินก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบดลงบนพื้นหินอย่างมั่นคงจนกระทั่งระยะห่างทางกายภาพลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองช่วงแขน ริสามองเห็นขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กในอุ้งมือหนาของเขาได้อย่างชัดเจน ของเหลวสีเขียวมรกตประกายทองภายในขวดสะท้อนแสงแดดแรกของวันจนเกิดประกายระยิบระยับ มันคือน้ำมันมะกอกล็อตแรกของฤดูกาลที่เขาคัดสรรด้วยตัวเอง วัตถุที่เป็นตัวแทนของสิทธิพิเศษขั้นสูงสุดที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับนับตั้งแต่ความสูญเสียในอดีตของเขาผ่านพ้นไป ชายหนุ่มใหญ่ยื่นขวดแก้วนั้นมาตรงหน้าของเธอช้าๆ โดยที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวรุ่นลูกไม่วางตา
— คำขอของคนดื้อเงียบ
ฝ่ามือหนาของภามขยับประคองรองรับใต้ผืนมือบางของริสาช้าๆ ก่อนจะวางขวดน้ำมันมะกอกขวดนั้นลงบนฝ่ามือของเธออย่างนุ่มนวล สัมผัสจากผิวกายหนาร้อนของบุรุษเพศที่ส่งผ่านผิวเนื้อทำให้นิ้วมือของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าเธอขยับกระชับปลายนิ้วของเธอเข้าหากันเพื่อโอบกอดความอุ่นของวัตถุชิ้นสำคัญนั้นไว้แน่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงกระแสลมหายใจที่อุ่นจัดซึ่งกันและกันกลางห้องครัวที่เคยเงียบเชียบ จังหวะการเต้นของหัวใจของเธอขยับถี่รัวอยู่ภายใต้เสื้อผ้าลินินเนื้อดีขณะที่ดวงตาทอดมองความราบเรียบของใบหน้าคมสันตรงหน้า
“รับมันไปสิ”
เสียงต่ำลึกของภามเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ที่ส่งผ่านลำคอ สายตาของเขายังคงตรึงนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากบางของเด็กสาวที่เขาเฝ้ามองการเติบโตมาช้าๆ ปลายนิ้วหนาของเขาขยับไล้ไปตามขอบขวดแก้วคริสตัลขวดนั้นโดยที่ไม่ได้ชักมือกลับคืนไปสู่อาณาเขตส่วนตัวของเขาตามเดิม ทิ้งระยะห่างทางกายภาพให้ชิดใกล้จนลาดไหล่ของเธอแทบจะพึ่งพิงแผงอกกว้างของเขาได้ในวินาทีนั้น
ริสาก้มมองขวดน้ำมันสีทองในมือของเธอเงียบๆ ความฝาดจางๆ ของความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนขอบตาของเธอร้อนผ่าว ทว่าความดื้อรั้นตามธรรมชาติของเธอกลับรั้งให้เธอเหยียดหลังตรงและเลือกที่จะสบสายตากับนัยน์ตาคู่คมของเขาตรงๆ เพื่อค้นหาความจริงที่ปราศจากการปรุงแต่งทางคำพูด ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีผ่อนลมหายใจออกยาวช้าๆ สายตาของเขาเลื่อนขึ้นมาประสานกับดวงตาคู่สวยของเธออย่างมั่นคง ความสุขุมอันยาวนานของคนราศีพฤษภยอมศิโรราบให้แก่ความต้องการภายในใจที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนตัว
“แต่เจ้าของสวนอยากให้เธออยู่มากกว่า”
คำขอที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งการประดิษฐ์สำนวนหวานล้อมทำให้นิ่งงันไปทั้งห้องครัว เสียงไม้ปะทุในเตาฟืนดังก้องขึ้นมาในความเงียบจังหวะเดียวกับที่ฝ่ามือหนาของภามขยับขึ้นมากุมรอบนิ้วมือของเธอที่ถือขวดแก้วไว้แน่น แรงบีบที่มั่นคงและชัดเจนโดยไม่มีการขยับถอยหนีเป็นสัญญาณบ่งบอกความ possessive ที่แท้จริงของชายหนุ่มใหญ่อาวุโส ริสารับรู้ได้ถึงกระแสอารมณ์ที่หนาแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ปลายนิ้วของเธอขยับตอบรับแรงบีบของเขาช้าๆ เป็นคำตอบที่เย่อหยิ่งทว่านุ่มนวลตามวิถีของเธอ
— Ending
เวลาหลายเดือนผันผ่านไปราวกับกระแสน้ำองุ่นที่เคลื่อนตัวอย่างสงบอยู่ภายในถังบ่มใต้ดิน ความเปลี่ยนแปลงคืบคลานเข้าครอบครองคฤหาสน์หินโบราณหลังใหญ่ช้าๆ ทว่ามั่นคง แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านประตูกระจกบานสูงของห้องครัวเปิดขับเน้นให้เห็นละอองแป้งสาลีที่ลอยล่องอยู่ในอากาศอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่และกลิ่นอายความชื้นของดินหลังสายฝนหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกับบรรยากาศของบ้านหลังนี้ไปโดยสิ้นเชิง โต๊ะอาหารไม้โอ๊กยาวที่เคยดูอ้างว้างและห่างเหิน บัดนี้ตรงกึ่งกลางของมันถูกประดับด้วยแจกันเซรามิกสีขาวโบราณที่บรรจุกิ่งมะกอกสีเขียวสดวางไว้อย่างมีระดับ
ริสายืนสงบนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ปลายนิ้วของเธอจัดวางจานอาหารเช้าที่มีผลไม้สดและชีสท้องถิ่นลงบนแผ่นหินแกรนิตด้วยท่วงท่าที่ classy และคล่องแคล่ว ทรวดทรงของเธอในชุดเหยียดตรงเนื้อผ้าลินินสีครีมดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของสตรีผู้ครอบครองอาณาเขตใจของเจ้าของบ้าน เสียงฝีเท้าที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่นของภามดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเข้มก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายของเธอ ระยะห่างลดลงจนผิวเนื้อของหัวไหล่เบียดชิดกันเบาๆ ตามธรรมชาติ
ภามเอื้อมมือของเขาผ่านร่างบางเพื่อเปิดบานหน้าต่างไม้รับลมคมเย็นจากหุบเขาด้านนอก สายลมพัดพากลิ่นอายของสวนมะกอกสีเงินที่ส่องประกายระยิบระยับใต้แสงแดดเช้าเข้ามาอบอวลภายในห้อง ชายหนุ่มใหญ่อาวุโสเบือนสายตาคมกริบกลับมามองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวรุ่นลูกที่อยู่ใกล้เพียงระยะลมหายใจข้าม ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากของเขาลงบนหน้าผากมนของเธออย่างเบามือและเนิ่นนาน สัมผัสอุ่นจัดที่ราบเรียบปราศจากความเร่งรีบสะท้อนถึงความเคยชินที่แผ่ซ่านอยู่ในทุกกิจวัตรประจำวัน
จังหวะการหายใจของคนทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางเสียงนกกระจิบยามเช้าภายนอกคฤหาสน์ ความเงียบที่เคยเย็นเยียบและน่ากลัวในอดีตบัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยความร้อนผ่าวของความผูกพันที่ฝังรากลึก ดั่งต้นมะกอกโบราณที่หยั่งรากลงในผืนดินทางตอนใต้ของประเทศอย่างไม่มีวันโยกย้าย แสงสีทองของดวงอาทิตย์สาดส่องกระทบเงาของคนสองคนที่ทอดยาวทับซ้อนกันบนพื้นหินขัดโบราณ บ่งบอกอย่างเป็นรูปธรรมว่าบ้านหลังนี้ได้เรียนรู้ที่จะเสพติดรายละเอียดเล็กๆ ของเธอ และมันจะไม่กลับไปเงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว
[จบ]
