5 | THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE : กลิ่นมะกอกและควันไฟ [จบ]

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

AISOON • ไอศูรย์

THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE

กลิ่นมะกอกและควันไฟ

2 Taurus

AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เรื่องย่อรวม

หลังเห็นข่าวว่าภามเริ่มถูกจับคู่กับเชฟสาวชื่อดัง ริสาจึงใช้ข้ออ้างเรื่องการเรียนรู้ธุรกิจ wine estate management ขอเข้ามาฝึกงานที่คฤหาสน์กลางสวนมะกอก ระหว่างที่พ่อของเธอต้องเดินทางไปอิตาลีเป็นเวลานาน

ภามรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้สนใจแค่ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาที่เธอค่อยๆ เปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ ในบ้านราวกับกำลังแทรกตัวเข้าไปในชีวิตเขา

โต๊ะอาหารที่เคยเงียบเริ่มมีบทสนทนา ห้องครัวที่เคยใช้แค่ทำกาแฟกลับเริ่มมีกลิ่นขนมอบ คฤหาสน์ที่เคยเย็นกลับเริ่มมีแสงเปิดรอใครบางคน

ภามไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

แต่กลับเริ่มติดการมีเธออยู่ในบ้าน

จนวันที่เธอเกือบจากไป เขาจึงเพิ่งรู้ว่า ตัวเองปล่อยให้เธอกลายเป็น “บ้าน” ไปแล้ว

ตอนที่ 5 — “The Scent of Home”

— เช้าวันเดินทาง

สายลมคมเย็นยามเช้าตรู่พัดผ่านยอดใบสีเขียวอมเงินของสวนมะกอกจนเกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบของผืนดิน แสงแรกของวันขยับคลี่ตัวเหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออกอย่างเชื่องช้า ทอดเงายาวของรถยนต์คันหรูที่สตาร์ตเครื่องทิ้งไว้ตรงเฉลียงกว้าง พื้นกรวดละเอียดเบื้องล่างบดแน่นรองรับล้อรถยนต์อย่างมั่นคงไร้แรงสะเทือน ริสา ศุภดิษฐ์ ในชุดเดินทางผ้าลินินสีครีมคัตติ้งเรียบหรูหยุดยืนอยู่ตรงโถงกลางของคฤหาสน์หินเก่า ปลายนิ้วของเธอแตะอยู่บนหูหิ้วของกระดุมหนังบนกระเป๋าเดินทางใบเล็ก จังหวะการหายใจของเธอกระชั้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อความเงียบสงัดของตัวบ้านเริ่มกดทับลงมาในนาทีที่เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เวลาออกเดินทาง

สายตาของเธอสอดส่องผ่านความสลัวของโถงทางเดินกว้างเพื่อมองหาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคย ทว่าพื้นที่หัวโต๊ะอาหารยาวกลับว่างเปล่า มีเพียงแสงสว่างจางๆ จากช่องหน้าต่างที่สาดส่องลงบนพื้นหินขัดที่เย็นเยียบ พนักงานในบ้านก้าวเข้ามาเลื่อนกระเป๋าของเธอออกไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เอ่ยปากรบกวนสมาธิ ความรู้สึกหน่วงขึงในอกของเธอทวีความเด่นชัดขึ้นเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีไม่ได้ยืนรอส่งเธออยู่ตรงประตูบานสูงอย่างที่คาดหวังไว้ ฝ่ามือบางของเธอขยับปล่อยออกจากสายกระเป๋าช้าๆ ก่อนจะหมุนกายมุ่งหน้าไปยังทิศทางของครัวเปิดปีกตะวันออกตามสัญชาตญาณที่ฝังรากลึกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

กลิ่นหอมอบอวลของแป้งสาลีและเนยสดที่อบใหม่โชยมาแตะปลายจมูกของเธอช้าๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นควันจางๆ จากเตาฟืนโบราณที่ยังคงทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ตัวบ้าน ภาม ธนบดินทร์ ยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีเข้ม แสงยามเช้าทอดจับที่ลาดไหล่กว้างและแผ่นหลังเหยียดตรงของเขาจนเกิดเป็นเงาทอดยาวมาทับซ้อนบนผิวเนื้อของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงกรอบประตู ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองถูกตรึงไว้ด้วยความเงียบงันชั่วอึดใจ ชายหนุ่มใหญ่อาวุโสขยับมือของเขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะหินขัดอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าอันสุขุมและเยือกเย็นของเขาไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือหวั่นไหวต่อระบบเวลาของรถที่จอดรออยู่ด้านนอกแม้แต่น้อย

เขาเดินก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบดลงบนพื้นหินอย่างมั่นคงจนกระทั่งระยะห่างทางกายภาพลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองช่วงแขน ริสามองเห็นขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กในอุ้งมือหนาของเขาได้อย่างชัดเจน ของเหลวสีเขียวมรกตประกายทองภายในขวดสะท้อนแสงแดดแรกของวันจนเกิดประกายระยิบระยับ มันคือน้ำมันมะกอกล็อตแรกของฤดูกาลที่เขาคัดสรรด้วยตัวเอง วัตถุที่เป็นตัวแทนของสิทธิพิเศษขั้นสูงสุดที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับนับตั้งแต่ความสูญเสียในอดีตของเขาผ่านพ้นไป ชายหนุ่มใหญ่ยื่นขวดแก้วนั้นมาตรงหน้าของเธอช้าๆ โดยที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวรุ่นลูกไม่วางตา

— คำขอของคนดื้อเงียบ

ฝ่ามือหนาของภามขยับประคองรองรับใต้ผืนมือบางของริสาช้าๆ ก่อนจะวางขวดน้ำมันมะกอกขวดนั้นลงบนฝ่ามือของเธออย่างนุ่มนวล สัมผัสจากผิวกายหนาร้อนของบุรุษเพศที่ส่งผ่านผิวเนื้อทำให้นิ้วมือของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าเธอขยับกระชับปลายนิ้วของเธอเข้าหากันเพื่อโอบกอดความอุ่นของวัตถุชิ้นสำคัญนั้นไว้แน่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงกระแสลมหายใจที่อุ่นจัดซึ่งกันและกันกลางห้องครัวที่เคยเงียบเชียบ จังหวะการเต้นของหัวใจของเธอขยับถี่รัวอยู่ภายใต้เสื้อผ้าลินินเนื้อดีขณะที่ดวงตาทอดมองความราบเรียบของใบหน้าคมสันตรงหน้า

“รับมันไปสิ”

เสียงต่ำลึกของภามเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ที่ส่งผ่านลำคอ สายตาของเขายังคงตรึงนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากบางของเด็กสาวที่เขาเฝ้ามองการเติบโตมาช้าๆ ปลายนิ้วหนาของเขาขยับไล้ไปตามขอบขวดแก้วคริสตัลขวดนั้นโดยที่ไม่ได้ชักมือกลับคืนไปสู่อาณาเขตส่วนตัวของเขาตามเดิม ทิ้งระยะห่างทางกายภาพให้ชิดใกล้จนลาดไหล่ของเธอแทบจะพึ่งพิงแผงอกกว้างของเขาได้ในวินาทีนั้น

ริสาก้มมองขวดน้ำมันสีทองในมือของเธอเงียบๆ ความฝาดจางๆ ของความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนขอบตาของเธอร้อนผ่าว ทว่าความดื้อรั้นตามธรรมชาติของเธอกลับรั้งให้เธอเหยียดหลังตรงและเลือกที่จะสบสายตากับนัยน์ตาคู่คมของเขาตรงๆ เพื่อค้นหาความจริงที่ปราศจากการปรุงแต่งทางคำพูด ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีผ่อนลมหายใจออกยาวช้าๆ สายตาของเขาเลื่อนขึ้นมาประสานกับดวงตาคู่สวยของเธออย่างมั่นคง ความสุขุมอันยาวนานของคนราศีพฤษภยอมศิโรราบให้แก่ความต้องการภายในใจที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนตัว

“แต่เจ้าของสวนอยากให้เธออยู่มากกว่า”

คำขอที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งการประดิษฐ์สำนวนหวานล้อมทำให้นิ่งงันไปทั้งห้องครัว เสียงไม้ปะทุในเตาฟืนดังก้องขึ้นมาในความเงียบจังหวะเดียวกับที่ฝ่ามือหนาของภามขยับขึ้นมากุมรอบนิ้วมือของเธอที่ถือขวดแก้วไว้แน่น แรงบีบที่มั่นคงและชัดเจนโดยไม่มีการขยับถอยหนีเป็นสัญญาณบ่งบอกความ possessive ที่แท้จริงของชายหนุ่มใหญ่อาวุโส ริสารับรู้ได้ถึงกระแสอารมณ์ที่หนาแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ปลายนิ้วของเธอขยับตอบรับแรงบีบของเขาช้าๆ เป็นคำตอบที่เย่อหยิ่งทว่านุ่มนวลตามวิถีของเธอ

— Ending

เวลาหลายเดือนผันผ่านไปราวกับกระแสน้ำองุ่นที่เคลื่อนตัวอย่างสงบอยู่ภายในถังบ่มใต้ดิน ความเปลี่ยนแปลงคืบคลานเข้าครอบครองคฤหาสน์หินโบราณหลังใหญ่ช้าๆ ทว่ามั่นคง แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านประตูกระจกบานสูงของห้องครัวเปิดขับเน้นให้เห็นละอองแป้งสาลีที่ลอยล่องอยู่ในอากาศอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่และกลิ่นอายความชื้นของดินหลังสายฝนหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกับบรรยากาศของบ้านหลังนี้ไปโดยสิ้นเชิง โต๊ะอาหารไม้โอ๊กยาวที่เคยดูอ้างว้างและห่างเหิน บัดนี้ตรงกึ่งกลางของมันถูกประดับด้วยแจกันเซรามิกสีขาวโบราณที่บรรจุกิ่งมะกอกสีเขียวสดวางไว้อย่างมีระดับ

ริสายืนสงบนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ปลายนิ้วของเธอจัดวางจานอาหารเช้าที่มีผลไม้สดและชีสท้องถิ่นลงบนแผ่นหินแกรนิตด้วยท่วงท่าที่ classy และคล่องแคล่ว ทรวดทรงของเธอในชุดเหยียดตรงเนื้อผ้าลินินสีครีมดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของสตรีผู้ครอบครองอาณาเขตใจของเจ้าของบ้าน เสียงฝีเท้าที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่นของภามดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเข้มก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายของเธอ ระยะห่างลดลงจนผิวเนื้อของหัวไหล่เบียดชิดกันเบาๆ ตามธรรมชาติ

ภามเอื้อมมือของเขาผ่านร่างบางเพื่อเปิดบานหน้าต่างไม้รับลมคมเย็นจากหุบเขาด้านนอก สายลมพัดพากลิ่นอายของสวนมะกอกสีเงินที่ส่องประกายระยิบระยับใต้แสงแดดเช้าเข้ามาอบอวลภายในห้อง ชายหนุ่มใหญ่อาวุโสเบือนสายตาคมกริบกลับมามองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวรุ่นลูกที่อยู่ใกล้เพียงระยะลมหายใจข้าม ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากของเขาลงบนหน้าผากมนของเธออย่างเบามือและเนิ่นนาน สัมผัสอุ่นจัดที่ราบเรียบปราศจากความเร่งรีบสะท้อนถึงความเคยชินที่แผ่ซ่านอยู่ในทุกกิจวัตรประจำวัน

จังหวะการหายใจของคนทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางเสียงนกกระจิบยามเช้าภายนอกคฤหาสน์ ความเงียบที่เคยเย็นเยียบและน่ากลัวในอดีตบัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยความร้อนผ่าวของความผูกพันที่ฝังรากลึก ดั่งต้นมะกอกโบราณที่หยั่งรากลงในผืนดินทางตอนใต้ของประเทศอย่างไม่มีวันโยกย้าย แสงสีทองของดวงอาทิตย์สาดส่องกระทบเงาของคนสองคนที่ทอดยาวทับซ้อนกันบนพื้นหินขัดโบราณ บ่งบอกอย่างเป็นรูปธรรมว่าบ้านหลังนี้ได้เรียนรู้ที่จะเสพติดรายละเอียดเล็กๆ ของเธอ และมันจะไม่กลับไปเงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว 

[จบ]


⋆。˚ The Legacy Collection ⋆。˚

นอกจากเรื่องราวระดับมาสเตอร์พีซที่กำลังดำเนินอยู่ ของ AISOON • ไอศูรย์ ท่านผู้อ่านยังสามารถร่วมเดินทางย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้นผ่าน 'The Legacy Collection' ผลงานในความทรงจำที่ถ่ายทอดความปรารถนาและอารมณ์อันลุ่มลึกไว้อย่างเข้มข้น

เชิญเลือกครอบครองผลงานฉบับสมบูรณ์ที่พร้อมจะสะกดทุกโสตประสาทของคุณได้ที่คลังบรรณนิพพานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง Link ด้านล่างนี้:


• #LuxuryFiction • #SophisticatedRomance • #AisoonLegacy • #EroticaArt • #นิยายระดับพรีเมียม • #สุนทรียภาพแห่งการอ่าน

4 | THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE : กลิ่นมะกอกและควันไฟ

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

AISOON • ไอศูรย์

THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE

กลิ่นมะกอกและควันไฟ

2 Taurus

AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เรื่องย่อรวม

หลังเห็นข่าวว่าภามเริ่มถูกจับคู่กับเชฟสาวชื่อดัง ริสาจึงใช้ข้ออ้างเรื่องการเรียนรู้ธุรกิจ wine estate management ขอเข้ามาฝึกงานที่คฤหาสน์กลางสวนมะกอก ระหว่างที่พ่อของเธอต้องเดินทางไปอิตาลีเป็นเวลานาน

ภามรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้สนใจแค่ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาที่เธอค่อยๆ เปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ ในบ้านราวกับกำลังแทรกตัวเข้าไปในชีวิตเขา

โต๊ะอาหารที่เคยเงียบเริ่มมีบทสนทนา ห้องครัวที่เคยใช้แค่ทำกาแฟกลับเริ่มมีกลิ่นขนมอบ คฤหาสน์ที่เคยเย็นกลับเริ่มมีแสงเปิดรอใครบางคน

ภามไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

แต่กลับเริ่มติดการมีเธออยู่ในบ้าน

จนวันที่เธอเกือบจากไป เขาจึงเพิ่งรู้ว่า ตัวเองปล่อยให้เธอกลายเป็น “บ้าน” ไปแล้ว

ตอนที่ 4 — “ความกลัวของคนใจเย็น”

— ข้อเสนอจากต่างประเทศ

แสงแดดอ่อนยามบ่ายส่องผ่านช่องหน้าต่างสูงของโถงทางเดินปีกตะวันออก ตกกระทบลงบนเอกสารแผ่นหนาที่วางแผ่อยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวเตี้ย ริสานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวยาว ปลายนิ้วของเธอแตะอยู่บนขอบตราประทับสีน้ำเงินเข้มของสถาบันการบริหารจัดการไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี จดหมายตอบรับการเข้าฝึกงานเป็นเวลาหนึ่งปีถูกส่งตรงมาถึงเธอเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รายละเอียดบนหน้ากระดาษระบุวันเวลาการรายงานตัวไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมันหมายความว่าเธอจะต้องละทิ้งสวนมะกอกแห่งนี้และก้าวเดินออกไปจากชีวิตของเขาชั่วระยะเวลาหนึ่ง

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าเชื่องช้าของภามดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เธอนั่ง สายตาคมกริบของเขาทอดมองลงบนแผ่นกระดาษตรงหน้าช้าๆ ข้อมูลบนหัวจดหมายนั้นไม่ได้เป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา เพราะเขาคือผู้ลงนามรับรองในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ของสถาบันแห่งนั้น ทว่าเมื่อเห็นมันมาวางอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวรุ่นลูก ความเงียบงันกลับแผ่ซ่านเข้ามาคั่นกลางระหว่างระยะห่างของคนทั้งสองในทันที ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีขยับมือของเขาเข้าไปล้วงกระเป๋ากางเกงสแลกด้วยท่วงท่าที่สุขุม

“เป็นข้อเสนอที่ดีสำหรับอนาคตของเธอ”

เสียงทุ้มต่ำของภามเปรยขึ้นเรียบๆ กระแสเสียงของเขาไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวหรือความพยายามที่จะรั้งตัวเธอไว้แม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องที่ดวงตากลมโตของริสาที่เงยขึ้นมองเขาเงียบๆ จังหวะการหายใจของเขาคงที่และเยือกเย็นราวกับผิวน้ำองุ่นในถังบ่มใต้ดิน

“คุณอาคิดว่าหนูควรไปใช่ไหมคะ”

คำถามแผ่วเบาของริสาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นเงียบๆ ปลายนิ้วของเธอกระชับเข้าหาฝ่ามือช้าๆ เพื่อรอคอยปฏิกิริยาจากชายหนุ่มใหญ่ผู้อาวุโส ภามไม่ได้ขยับตัวก้าวถอยหนีทว่าสายตาของเขากลับเบนออกไปทางหน้าต่าง ทอดมองแนวต้นมะกอกสีเงินที่กำลังลู่ตามแรงลมภายนอกคฤหาสน์หินโบราณ

“การเรียนรู้ระบบบริหารจัดการไวน์ในระดับสากลจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเธอได้ดีที่สุด”

คำตอบที่เต็มไปด้วยตรรกะและเหตุผลทางธุรกิจถูกส่งออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีคำว่าคิดถึง ไม่มีคำถามถึงความต้องการส่วนตัว มีเพียงระยะห่างทางกายภาพที่ดูเหมือนจะขยายตัวกว้างขึ้นผ่านความเยือกเย็นของประโยคเหล่านั้น ริสาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้มลงมองเอกสารในมือของเธออีกครั้งช้าๆ โดยไม่ได้เอ่ยคำใดตอบกลับไปอีก

— เงียบเกินไป

ความมืดมิดของค่ำคืนคืบคลานเข้าครอบครองห้องอาหารยาวที่มีขนาดใหญ่โตเกินความจำเป็นอีกครั้ง แสงไฟสีวอร์มไลท์จากเชิงเทียนทองเหลืองส่องกระทบจานเซรามิกที่วางอยู่ตรงหัวโต๊ะเพียงชุดเดียว ภามเริ่มปรับเปลี่ยนตารางงานของเขาให้อัดแน่นไปด้วยการประชุมดึกดื่นในตัวเมือง และเลือกที่จะกลับเข้าคฤหาสน์หินเก่าในช่วงเวลาที่ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านจนหมดสิ้น โต๊ะอาหารยาวที่เคยมีร่างบางของริสาขยับเก้าอี้เข้ามานั่งข้างกายในฝั่งเดียวกัน บัดนี้กลับคืนสู่สภาพเดิมอันเย็นเยียบและรกร้างราวกับไม่เคยมีความอบอุ่นใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน

ริสายืนอยู่ตรงมุมมืดของโถงทางเดินปีกตะวันออก สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงไฟดวงเล็กจากห้องทำงานของภามที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูไม้โอ๊กบานหนา ระยะหลังมานี้ระยะห่างระหว่างเธอและเขาถูกขยายออกด้วยความตั้งใจของฝ่ายชาย บทสนทนายามเช้าเกี่ยวกับกลิ่นของขนมปังอบใหม่แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงันที่มีเพียงเสียงฝนตกภายนอกคฤหาสน์ทำหน้าที่ทำลายความสงบ หญิงสาวรุ่นลูกตระหนักรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าชายหนุ่มใหญ่อาวุโสกำลังก้าวถอยหลังกลับเข้าสู่อาณาเขตส่วนตัวของเขาเพราะความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุม

ฝ่ามือบางของริสาแตะลงบนราวบันไดหินขัดช้าๆ จังหวะการหายใจของเธอแผ่วเบาทว่าหนักหน่วงด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในอก เธอไม่ได้เดินเข้าไปเคาะประตูห้องทำงานของเขาเพื่อทวงถามความใส่ใจดั่งเช่นในอดีต ทว่าเลือกที่จะหมุนตัวกลับเข้าห้องพักขนาดเล็กของเธอเงียบๆ แสงแดดและแสงเทียนในบ้านหลังนี้เริ่มลดระดับความอุ่นลงไปทีละน้อย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจางๆ จากเตาผิงที่คอยย้ำเตือนถึงความทรงจำที่กำลังจะกลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีต

— แตกหัก

ลมฝนพัดกระโชกแรงส่งผลให้กิ่งของต้นมะกอกภายนอกครูดกับกระจกหน้าต่างบานสูงจนเกิดเสียงสยดสยองจางๆ ภายในห้องนอนฝั่งตะวันออก ริสายืนนิ่งอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางหนังแท้สีเข้มที่วางอ้าอยู่บนม้านั่งปลายเตียง ปลายนิ้วของเธอจัดวางเสื้อผ้าลินินสีครีมลงในช่องเก็บอย่างเชื่องช้า แสงสว่างจากดวงตะเกียงผนังทอดเงาตัวเล็กของเธอให้ทาบทับลงบนพื้นไม้กระดานโบราณ จังหวะการหายใจของเธอขยับถี่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยหยุดลงตรงกรอบประตูห้องที่เปิดกว้างไว้

ภามยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตาคมเข้มของเขาจับจ้องไปยังข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอที่เริ่มถูกเก็บกู้ออกจากพื้นที่ห้องพักขนาดเล็ก ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้ลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าวเมื่อเขาขยับกายก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของเธอ ความอุ่นจากร่างกายของบุรุษเพศแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทอเข้ามากระทบแผ่นหลังบางของหญิงสาวจนเธอรับรู้ได้โดยไม่ต้องหันไปมอง

“คุณอาเคยขอให้หนูอยู่ไหมคะ”

คำถามที่แผ่วเบาทว่าชัดเจนทำลายความเงียบงันของห้องพักลงในทันที ริสาไม่ได้หมุนตัวกลับมามองเขา ปลายนิ้วของเธอยังคงแตะนิ่งอยู่ที่ชายเสื้อเชิ้ตในกระเป๋าเดินทาง ร่างกายของเธอเหยียดตรงและเกร็งแน่นเพื่อรองรับแรงกดดันจากความเงียบที่แผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนด้านหลัง

ภามนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน นัยน์ตาคู่คมจับจ้องที่ลาดไหล่บางของบุตรสาวของเพื่อนสนิทที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ ความสุขุมและความใจเย็นที่เขาเคยใช้เป็นเกราะกำบังตนเองมาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่ว่าบ้านหลังนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปหากปราศจากเธอ ผิวเนื้อบริเวณสันกรามของเขาขยับบดเข้าหากันจนเป็นเส้นนูนเด่นชัด ฝ่ามือหนาของเขาขยับเข้าไปใกล้ลาดไหล่ของเธอทว่าหยุดนิ่งไว้ในอากาศเพียงไม่ถึงคืบ ก่อนที่เสียงต่ำลึกและแหบพร่าจะดังขึ้นช้าๆ

“ถ้าขอแล้วเธออยู่ ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกเลย”

ลมหายใจของริสาสะดุดค้างไปในทันทีกับคำประกาศที่เปี่ยมไปด้วยความ possessive แบบเงียบเชียบทว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยแสดงออก หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีอย่างเชื่องช้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความสลัวของดวงตะเกียง ดวงตากลมโตคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาเรียบนิ่งที่บัดนี้เต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่หนาแน่นจนแทบจะเผาผลาญความเยือกเย็นรอบตัวให้มอดไหม้ลงไปในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง


⋆。˚ The Legacy Collection ⋆。˚

นอกจากเรื่องราวระดับมาสเตอร์พีซที่กำลังดำเนินอยู่ ของ AISOON • ไอศูรย์ ท่านผู้อ่านยังสามารถร่วมเดินทางย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้นผ่าน 'The Legacy Collection' ผลงานในความทรงจำที่ถ่ายทอดความปรารถนาและอารมณ์อันลุ่มลึกไว้อย่างเข้มข้น

เชิญเลือกครอบครองผลงานฉบับสมบูรณ์ที่พร้อมจะสะกดทุกโสตประสาทของคุณได้ที่คลังบรรณนิพพานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง Link ด้านล่างนี้:


• #LuxuryFiction • #SophisticatedRomance • #AisoonLegacy • #EroticaArt • #นิยายระดับพรีเมียม • #สุนทรียภาพแห่งการอ่าน

3 | THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE : กลิ่นมะกอกและควันไฟ

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

AISOON • ไอศูรย์

THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE

กลิ่นมะกอกและควันไฟ

2 Taurus

AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เรื่องย่อรวม

หลังเห็นข่าวว่าภามเริ่มถูกจับคู่กับเชฟสาวชื่อดัง ริสาจึงใช้ข้ออ้างเรื่องการเรียนรู้ธุรกิจ wine estate management ขอเข้ามาฝึกงานที่คฤหาสน์กลางสวนมะกอก ระหว่างที่พ่อของเธอต้องเดินทางไปอิตาลีเป็นเวลานาน

ภามรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้สนใจแค่ธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาที่เธอค่อยๆ เปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ ในบ้านราวกับกำลังแทรกตัวเข้าไปในชีวิตเขา

โต๊ะอาหารที่เคยเงียบเริ่มมีบทสนทนา ห้องครัวที่เคยใช้แค่ทำกาแฟกลับเริ่มมีกลิ่นขนมอบ คฤหาสน์ที่เคยเย็นกลับเริ่มมีแสงเปิดรอใครบางคน

ภามไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

แต่กลับเริ่มติดการมีเธออยู่ในบ้าน

จนวันที่เธอเกือบจากไป เขาจึงเพิ่งรู้ว่า ตัวเองปล่อยให้เธอกลายเป็น “บ้าน” ไปแล้ว

ตอนที่ 3 — “บ้านที่เริ่มเปลี่ยน”

— ตลาดเช้า

เสียงสะท้อนของฝีเท้าผู้คนและกลิ่นอายความสดใหม่ของพืชพรรณในตลาดยามเช้าแผ่ซ่านผ่านสายลมคมเย็นที่พัดมาจากทิศใต้ แสงอาทิตย์แรกของวันขับเน้นพื้นผิวหินแกรนิตของลานกว้างประจำเมืองให้เห็นเป็นสีส้มอ่อน ท่ามกลางความพลุกพล่านของแผงค้าและเสียงเจรจาพ่นภาษาท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างสูงใหญ่ของภาม ธนบดินทร์ ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ชายคาไม้เก่าของร้านขายเครื่องเทศโบราณ เสื้อโค้ตสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบของเขาถูกกลืนหายไปกับเงามืดของมุมตึก ทว่าท่วงท่าการยืนเหยียดตรงและการทอดสายตาที่นิ่งสนิทกลับสร้างระยะห่างที่ไม่มีใครกล้าก้าวข้ามเข้ามาโดยง่าย เขาเกลียดความวุ่นวายของสถานที่ที่มีประชากรหนาแน่นเช่นนี้ ทว่าแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่กำลังก้าวเดินนำหน้าอยู่กลับรั้งให้เท้าของเขาไม่อาจขยับหมุนทางกลับไปที่รถคันหรูได้

ริสา ศุภดิษฐ์ ในชุดกระโปรงผ้าลินินสีครีมตัวยาวก้าวเดินละเลียดไปตามตะกร้าหวายที่บรรจุผลมะกอกสดหลากสายพันธุ์ ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนผิวเรียบลื่นของผลไม้ทรงรีขนาดเล็กช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นขยับรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับชายชราผู้เป็นเจ้าของแผงค้า ท่าทางการชิมชีสท้องถิ่นที่ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าและการเอ่ยปากถามถึงแหล่งที่มาของน้ำผึ้งป่าด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนหวาน บ่งบอกถึงความมีระดับที่ถูกบ่มเพาะมาอย่างดีทว่าเข้าถึงง่ายอย่างประหลาด ความสดใสตามธรรมชาติของเธอคล้ายจะดูดซับความกระด้างของบรรยากาศรอบตัวให้ละมุนลงช้าๆ จนสายตาของคนขายและผู้ผ่านไปมาเริ่มทอดมองคนทั้งคู่ด้วยความชื่นชม

“ภรรยาของท่านช่างเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมื้อเช้าเหลือเกินครับ”

คำทักทายภาษาท้องถิ่นจากชายชราคนขายผลมะกอกดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มซื่อๆ ขณะที่เขากำลังบรรจุผลมะกอกล็อตที่ดีที่สุดลงในถุงกระดาษสีน้ำตาล ริสาชะงักปลายนิ้วของเธอที่กำลังจะเอื้อมไปรับถุงนั้นเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อบางเบาภายใต้แสงแดดอุ่น ทว่าเธอกลับไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธคำเข้าใจผิดนั้น ทำเพียงแค่เบนสายตากลับมามองผู้เป็นอาที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงเมื่อภามขยับก้าวเข้ามาใกล้จังหวะเดียวกับที่เธอถอยหลังครึ่งก้าว

ภามไม่ได้เอ่ยคำทักท้วงหรืออธิบายความจริงแก่คนแปลกหน้า แววตาคมกริบของเขาเพียงแค่กวาดมองใบหน้าของชายชราก่อนจะเลื่อนลงมาจับจ้องที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวรุ่นลูกที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจผ่าน ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีขยับมือของเขาเข้าไปหยิบเงินสดในกระเป๋าเสื้อวางลงบนเคาน์เตอร์ไม้ด้วยท่าทีที่สุขุมและเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด การยอมรับในความเงียบของเขาไม่ได้สร้างความอึดอัด ทว่ามันกลับส่งแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ลึกซึ้งผ่านสายตาที่ประสานกันเนิ่นนานกลางตลาดเช้าที่เคยสับสนวุ่นวาย

— กลิ่นของเธอ

ความมืดมิดของค่ำคืนคืบคลานเข้าครอบครองคฤหาสน์หินโบราณเกือบทั้งหลังเมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืน เสียงกลไกของประตูไม้โอ๊กบานหนาปิดลงอย่างเงียบเชียบพร้อมกับการกลับมาของเจ้าของบ้าน ภามเดินฝ่าความสลัวของโถงทางเดินกลางหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมทางธุรกิจอันยาวนานในตัวเมือง เสื้อสูทสากลของเขาถูกพาดไว้บนท่อนแขนแกร่งช้าๆ ขณะที่ฝ่ามือขยับคลายปมเนกไทให้หลวมออกเพื่อระบายความเหนื่อยล้า พื้นผิวหินขัดเบื้องล่างยังคงเก็บงำความเย็นเยียบของอากาศภายนอกไว้ ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของห้องนั่งเล่นส่วนตัว เขกลับต้องหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน

แสงไฟสลัวจากดวงตะเกียงผนังที่ถูกเปิดทิ้งไว้ด้วยความใส่ใจทอดเงายาวของเฟอร์นิเจอร์ลงบนพื้นห้อง บนโซฟาบุผ้าลินินสีครีมตัวหนาที่ว่างเปล่าปรากฏผืนผ้าคลุมไหล่ไหมพรมเนื้อนุ่มสีเบจผืนยาวทิ้งตัวอยู่ครึ่งหนึ่ง ราวกับเจ้าของของมันเพิ่งขยับกายลุกออกไปไม่นานมานี้ ภามขยับก้าวเข้าไปใกล้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นอย่างเชื่องช้า ระยะห่างระหว่างตัวเขากับวัตถุที่เป็นตัวแทนของหญิงสาวลดลงจนเหลือศูนย์เมื่อเขาเอื้อมฝ่ามือลงไปหยิบผืนผ้าหนานุ่มนั้นขึ้นมาถือไว้

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับความอบอุ่นจากผิวกายตามธรรมชาติของริสาลอยโชยขึ้นมาปะทะปลายจมูกของเขาอย่างแผ่วเบา มันเป็นกลิ่นที่จำเพาะเจาะจงและไร้ซึ่งความฉูดฉาดของน้ำหอมเคมีราคาแพง กลิ่นที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาร่วมในสเปซส่วนตัวของเขาในระยะหลังมานี้จนกลายเป็นความเคยชินที่น่ากลัว ชายหนุ่มใหญ่อาวุโสควรจะวางมันลงหรือส่งคืนให้กับแม่บ้านเพื่อนำไปซักทำความสะอาดตามวิถีปฏิบัติปกติของคนรักความสมบูรณ์แบบเช่นเขา

ทว่าภามกลับทำเพียงแค่ทรุดกายลงนั่งบนขอบโซฟาตัวที่เธอมักจับจองเป็นประจำ ฝ่ามือหนาของเขากระชับผืนผ้าลินินเนื้อนุ่มนั้นไว้ในอุ้งมือแน่นขึ้นเล็กน้อย สายตาคมเข้มทอดมองออกไปภายนอกหน้าต่างที่มืดมิดผ่านแนวต้นมะกอกที่สั่นไหวตามแรงลม จังหวะการหายใจของเขาเริ่มผ่อนลงช้าๆ และหนักแน่นอยู่ในความเงียบงันปนเปไปกับกลิ่นอายของเธอที่ยังคงตลบอบอวลอยู่บนนิ้วมือของเขาเนิ่นนานเกินกว่าที่เหตุผลทางตรรกะจะสามารถอธิบายได้

— น้ำมันมะกอก

แสงแดดสีทองสุดท้ายของวันขนานไปกับพื้นโลก สาดส่องผ่านประตูกระจกบานสูงของห้องครัวฝรั่งที่เชื่อมต่อกับสวนมะกอกด้านนอก กลิ่นขนมปังอบใหม่จากเตายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ คลุกเคล้ากับกลิ่นควันจางๆ จากเตาผิงที่ถูกจุดขึ้นเพื่อไล่ความชื้นยามเย็น ภามยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หินแกรนิตสีเข้ม บนพื้นผิวเรียบเนียนนั้นมีขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กที่บรรจุน้ำมันสีเขียวมรกตประกายทองวางอยู่เพียงขวดเดียว มันคือน้ำมันมะกอกล็อตแรกของฤดูกาลที่ถูกคัดสรรจากผลผลิตที่ดีที่สุดและผ่านกระบวนการหีบเย็นในวันแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยแบ่งปันให้ผู้ใดนับตั้งแต่เรือนร่างของอดีตภรรยาลาลับจากโลกนี้ไป

ริสาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเคาน์เตอร์หิน สายตาของเธอจับจ้องที่ขวดแก้วโบราณนั้นด้วยความช่างสังเกต ปลายนิ้วบางของเธอยกขึ้นแตะที่ฐานขวดช้าๆ ทว่าสายตาคมกริบของผู้เป็นอาที่จ้องมองมาทำให้เธอเลือกที่จะชักมือกลับมาประสานกันไว้ที่หน้าตัก ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองมีเพียงความกว้างของโต๊ะหินแกรนิตคั่นกลาง ทว่าบรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วย sensual tension ที่หนาแน่นจนแทบไม่มีอากาศหายใจ

“ลองชิมดู”

เสียงต่ำของภามเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขาส่งช้อนเงินคันเล็กที่บรรจุน้ำมันมะกอกใสกระจ่างชิ้นนั้นไปตรงหน้าของเธอ ริสาขยับก้าวเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะอีกหนึ่งช่วงตัวจนลาดไหล่ของเธอแทบจะสัมผัสกับเงาของเขาที่ทอดลงบนโต๊ะ หญิงสาวอ้าปากรับรสชาติของเหลวสีทองนั้นอย่างเชื่องช้า ความนุ่มละมุนและความหอมสดชื่นของผลมะกอกสดกระจายฟุ้งอยู่บนลิ้นของเธอ ก่อนที่ความฝาดจางๆ จะตามมาเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์อันเหนือระดับของมัน

“นี่คือล็อตแรกของปีใช่ไหมคะคุณอา”

คำถามที่แผ่วเบาของริสาเต็มไปด้วยความตระหนักรู้ เธอนิ่งสบสายตากับนัยน์ตาเรียบนิ่งของภามที่ไม่มีกระแสความหวั่นไหวใดๆ ปรากฏ ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสามปีไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาอันซื่อตรงของเด็กสาว ปลายนิ้วของเขาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะหินขยับเลื่อนเข้าไปใกล้กับมือของเธอมากขึ้นจนเกือบจะแตะต้องผิวเนื้อซึ่งกันและกัน จังหวะการหายใจของคนทั้งสองขยับถี่ขึ้นเล็กน้อยตามแรงดึงรั้งของอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุม

“ทำไมถึงให้หนูคะ ในเมื่อคุณอาไม่เคยให้ใครอีกเลย”

ริสาเอ่ยถามเสียงดื้อรั้นเงียบๆ ดวงตาของเธอต้องการคำตอบที่มากกว่าการดูแลตามมารยาทของผู้ใหญ่ ภามจับจ้องที่ริมฝีปากบางของเธอเนิ่นนาน ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับนัยน์ตาคู่สวยของบุตรสาวของเพื่อนสนิทอย่างมั่นคง น้ำเสียงที่ส่งออกไปจากลำคอของเขานั้นต่ำลึกทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์

“เพราะฉันอยากให้เป็นเธอ”

ประโยคสั้นๆ ที่ปราศจากการปรุงแต่งทางวรรณกรรมส่งผลให้ความเงียบในห้องครัวทวีความหนาแน่นขึ้นทันที ระยะห่างที่แท้จริงระหว่างหัวใจของคนทั้งสองถูกร่นเข้าหากันในวินาทีนั้นผ่านคำสารภาพที่เรียบง่ายที่สุด ริสาไม่ได้ขยับตัวก้าวถอยหนี ทว่าสายตาของเธอที่ทอดมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขากลับเป็นการประกาศตนว่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปรอีกต่อไป



⋆。˚ The Legacy Collection ⋆。˚

นอกจากเรื่องราวระดับมาสเตอร์พีซที่กำลังดำเนินอยู่ ของ AISOON • ไอศูรย์ ท่านผู้อ่านยังสามารถร่วมเดินทางย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้นผ่าน 'The Legacy Collection' ผลงานในความทรงจำที่ถ่ายทอดความปรารถนาและอารมณ์อันลุ่มลึกไว้อย่างเข้มข้น

เชิญเลือกครอบครองผลงานฉบับสมบูรณ์ที่พร้อมจะสะกดทุกโสตประสาทของคุณได้ที่คลังบรรณนิพพานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง Link ด้านล่างนี้:


• #LuxuryFiction • #SophisticatedRomance • #AisoonLegacy • #EroticaArt • #นิยายระดับพรีเมียม • #สุนทรียภาพแห่งการอ่าน

นิยายที่แนะนำ

5 | THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE : กลิ่นมะกอกและควันไฟ [จบ]

— AISOON • ไอศูรย์ — คลังนิยายระดับ Luxury THE SCENT OF OLIVE AND SMOKE กลิ่นมะกอกและควันไฟ 2 ♉ Taurus AISOON • ไอศูรย์ | Luxury...

นิยายที่ได้รับความนิยม