[5] หุ้นหัวใจของ CEO [จบ]

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 5 : หุ้นที่ไม่มีวันขาดทุน

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง พิมพ์จันทร์ยังคงยืนอยู่หน้าแนวกระจกสูง มือถือถูกกำแน่นอยู่ในมือ ข้างล่างคือแสงไฟของเมืองที่ทอดยาวสุดสายตา รถยนต์นับร้อยเคลื่อนตัวไปตามถนนเหมือนเส้นสายแห่งชีวิตที่ไม่มีวันหยุด แต่ภายในห้องกลับเงียบสนิท เงียบจนเธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง กริ่งดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ไม่เร่งร้อน ไม่รัว เหมือนคนที่มั่นใจว่าอีกไม่นานประตูก็จะเปิด เหมือนเจ้าของเสียงนั้นเสมอ

พิมพ์จันทร์หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนเดินไปยังประตู เมื่อบานประตูเปิดออก สิงห์ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีบอดี้การ์ด ไม่มีเลขานุการ ไม่มีคนขับรถเดินตาม มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ดูเหมือนรีบออกมาจากบ้านโดยไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน สายตาคมเข้มหยุดอยู่ที่เธอ นิ่ง ลึก และเหนื่อยกว่าที่เธอเคยเห็น

"จะให้ฉันยืนคุยตรงนี้หรือจะให้เข้าไปข้างใน" เสียงทุ้มดังขึ้น

พิมพ์จันทร์เม้มริมฝีปาก ก่อนเดินหลบให้โดยไม่พูดอะไร สิงห์ก้าวเข้ามาภายในห้อง สายตากวาดมองพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ห้องสวย หรู วิวดี ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ปราศจากความรู้สึกของบ้าน อย่างน้อยก็สำหรับเขา

"หนูโตแล้ว" พิมพ์จันทร์พูดขึ้นก่อน "ถ้าจะย้ายออกมาอยู่คนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก"

สิงห์หันกลับมามอง "ฉันไม่เคยบอกว่ามันแปลก"

"งั้นอาสิงห์มาทำไม"

คำถามนั้นลอยอยู่กลางอากาศ ไม่มีใครตอบในทันที ความเงียบทอดยาวอยู่หลายวินาที ก่อนที่สิงห์จะเดินไปหยุดตรงหน้ากระจกสูงบานเดียวกับที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ แสงไฟจากเมืองสะท้อนอยู่บนกระจก สะท้อนเงาของคนสองคน และระยะห่างระหว่างกัน

"เพราะเธอหายไป" เขาพูดเรียบๆ

พิมพ์จันทร์หัวเราะเบาๆ "หนูไม่ได้หาย"

"สำหรับฉัน มันเหมือนกัน" 

หัวใจของเธอกระตุก แต่ยังไม่พอสำหรับหลายเดือนและหลายปีที่ผ่านมา 

"แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ" ในที่สุดเธอก็ถามออกไป

สิงห์นิ่ง ราวกับรู้ว่าเรื่องนี้ต้องมาถึง "รัญชนาเป็นผู้ถือหุ้น"

"สื่อไม่ได้คิดแบบนั้น"

"ฉันไม่ได้คบกับสื่อ" คำตอบนั้นทำให้พิมพ์จันทร์เงียบ แต่ความเจ็บยังคงอยู่

"แล้ววันที่อาสิงห์ไปรับเธอ"

"เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ"

"วันที่อาสิงห์ไปส่งเธอล่ะ"

"เพราะเธอเป็นแขก"

"วันที่อาสิงห์ยิ้มให้เธอ"

คราวนี้สิงห์ถอนหายใจ ก่อนหันมามองเธอตรงๆ 

"พิมพ์จันทร์" น้ำเสียงนั้นต่ำลง นุ่มลงจนเธอไม่คุ้นเคย "ถ้าฉันยิ้มให้ใครหนึ่งครั้ง แล้วแปลว่าฉันรักคนคนนั้น โลกนี้คงวุ่นวายมาก"

หญิงสาวหลับตา เพราะเหตุผลฟังดูสมบูรณ์แบบเกินไป และเพราะลึกๆ แล้วเธอรู้ว่าเขาพูดจริง 

ปัญหาคือความกลัวของเธอเอง

"แล้วทำไมอาสิงห์ไม่เคยพูดอะไร" เธอถามเบาๆ "ทำไมปล่อยให้หนูคิดอยู่คนเดียว"

คำถามนั้นทำให้สิงห์เงียบไปนานกว่าทุกครั้ง ชายวัยสี่สิบเดินไปยังโซฟาใกล้หน้าต่าง ก่อนนั่งลงช้าๆ เป็นครั้งแรกที่เขาดูเหมือนคนธรรมดา ไม่ใช่เจ้าของอาณาจักรโรงแรม ไม่ใช่นักลงทุนที่ทุกคนเกรงใจ แต่คือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหาคำตอบยากที่สุดในชีวิต

"เพราะฉันพยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง" เขาพูดในที่สุด พิมพ์จันทร์นิ่งฟัง "วันที่พ่อเธอฝากเธอไว้กับฉัน เธออายุสิบเก้า"

"ตอนนี้ก็ยี่สิบ"

"สำหรับเธอหนึ่งปีอาจสั้น" สายตาของเขาสบเข้ากับเธอ "แต่สำหรับฉัน หนึ่งปีนั้นยาวมาก"

ลมเย็นพัดหยาดฝนหลงฤดูมาหล่นบนกระจก ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ปราศจากความอึดอัด

"ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง" เขาพูดต่อ "และฉันก็รู้มาตั้งนานแล้ว"

พิมพ์จันทร์หัวเราะออกมาเบาๆ ปนความขมขื่น "ใช่ค่ะ อาสิงห์รู้"

"เพราะฉะนั้นฉันถึงถอย"

"ถอยเหรอ"

"ทุกวัน" คำตอบนั้นทำให้เธอชะงัก

สิงห์มองออกไปยังแสงไฟของเมือง ก่อนพูดต่อช้าๆ 

"เธออาจคิดว่าฉันนิ่ง คิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไร คิดว่าฉันใจร้าย" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "แต่เธอรู้ไหมว่าฉันต้องคิดกี่ครั้งก่อนเดินเข้าไปในห้องเดียวกับเธอ"

พิมพ์จันทร์นิ่งงัน หัวใจเต้นแรงขึ้นทีละน้อย

"ฉันไม่อยากเป็นคนที่ฉวยโอกาสจากความไว้ใจของพ่อเธอ ไม่อยากเป็นคนที่ใช้ความต่างของอายุหรือประสบการณ์ และไม่อยากให้วันหนึ่งเธอย้อนกลับมาคิดว่าฉันขโมยช่วงเวลาของเธอไป"

ดวงตาของพิมพ์จันทร์เริ่มร้อนขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เธอไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ และไม่เคยเข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายวิ่งตาม แต่คนอีกคนกำลังถอยหนีอยู่ตลอดด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

"แล้วตอนนี้ล่ะ" เธอถามเบาๆ "ตอนนี้อาสิงห์ยังจะถอยอีกไหม"

สิงห์มองเธอ มองอยู่นาน ก่อนส่ายหน้าช้าๆ เป็นครั้งแรก "ไม่" 

คำตอบสั้นเพียงคำเดียว แต่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

……

หนึ่งเดือนต่อมา โรงแรมริมทะเลแห่งแรกของสิงห์ถูกปิดรับแขกเป็นการส่วนตัวในช่วงสุดสัปดาห์ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ไม่ได้หรูที่สุด แต่เป็นสถานที่ที่เขารักที่สุด เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากที่นี่ 

ช่วงเย็น แสงอาทิตย์กำลังตกลงสู่ขอบฟ้า ทะเลเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อน ลมทะเลพัดกลิ่นเกลือจางๆ ผ่านระเบียงไม้

พิมพ์จันทร์ยืนอยู่ริมชายหาด ขณะมองคลื่นซัดเข้าฝั่งอย่างสม่ำเสมอ เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่สิงห์จะหยุดยืนข้างกัน ไม่มีคำพูดในตอนแรก ทั้งคู่เพียงมองทะเล เหมือนกำลังมองเส้นทางที่ผ่านมา

"รู้ไหม" เขาพูดขึ้น "ฉันสร้างโรงแรมนี้ตอนอายุเท่าเธอ"

หญิงสาวหันมามอง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา

"ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้"

"แล้วตอนนี้ล่ะคะ"

"ตอนนี้รู้แล้วว่ามันไม่จริง"

พิมพ์จันทร์หัวเราะ "เพราะหนูเหรอ"

"เพราะเธอ" คราวนี้เขาตอบทันที ไม่มีการหลบเลี่ยง แววตาเปิดเผย และนั่นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอสวยกว่าพระอาทิตย์ตกเสียอีก

……

หกเดือนหลังจากนั้น เครื่องบินส่วนตัวของบิดาพิมพ์จันทร์แตะรันเวย์ในประเทศไทย หลังจากจัดการงานต่างประเทศเสร็จสิ้น ชายสูงวัยเดินออกมาพร้อมความคิดมากมายในหัว และหนึ่งในนั้นคือความกังวลเกี่ยวกับลูกสาว แต่ความกังวลทั้งหมดหายไปทันทีเมื่อเขาเห็นหญิงสาวที่มายืนรอรับ พิมพ์จันทร์ดูเปลี่ยนไป มั่นใจขึ้น สุขุมขึ้น เติบโตขึ้น ละทิ้งความดื้อรั้นในอดีตไปจนหมด

"คิดถึงพ่อไหม" เขาถาม

"มากค่ะ" ลูกสาวตอบพร้อมกอดเขาแน่น

จากนั้นสายตาของผู้เป็นพ่อก็เลื่อนไปยังชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล...สิงห์ 

ทั้งสองสบตากัน ก่อนที่ชายวัยสี่สิบปลายๆ จะถอนหายใจออกมายาว เหมือนคนที่รู้อะไรอยู่แล้ว 

"สุดท้ายก็เป็นแกจริงๆ"

สิงห์ยิ้ม รอยยิ้มจริงๆ ที่หาได้ยากยิ่ง "ใช่"

ผู้เป็นพ่อส่ายหน้า แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู "อย่างน้อยก็ดีกว่าคนอื่น"

……

งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบหรูในอีกหลายเดือนต่อมา ไม่มีความฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น มีเพียงผู้คนสำคัญในชีวิตของทั้งสองคน แสงไฟสีทอง เสียงดนตรีอ่อนโยน และรอยยิ้มที่จริงใจ เมื่อพิธีทุกอย่างจบลง พิมพ์จันทร์ยืนอยู่ข้างชายที่เธอรักมานานหลายปี ขณะที่สิงห์มองแหวนบนมือของเธอ ก่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ

"ตลอดชีวิตฉันอยู่กับการตัดสินใจ หลายครั้งถูก หลายครั้งผิด" เขายิ้มบางๆ แล้วกุมมือเธอไว้แน่น "แต่เรื่องหนึ่งที่ฉันมั่นใจที่สุด"

พิมพ์จันทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งคู่สบกันท่ามกลางแสงไฟอุ่นละมุน

"คือการไม่ปล่อยให้เธอเดินหายไปอีก"

นอกหน้าต่างของโรงแรม ทะเลยามค่ำคืนยังคงทอดยาวสุดสายตา คลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่รู้จบ เหมือนเรื่องราวของคนสองคนที่ใช้เวลานานกว่าจะเดินมาถึงจุดเดียวกัน แต่เมื่อมาถึงแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใดให้หันหลังกลับอีก

[จบบริบูรณ์]

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

[4] หุ้นหัวใจของ CEO

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 4 : ผู้หญิงคนนั้น

ปลายเดือนพฤศจิกายนมาถึงพร้อมลมเย็นที่พัดผ่านสวนด้านนอกคฤหาสน์ในยามเช้า เวลาผ่านไปเกือบแปดเดือนแล้วนับจากวันที่พิมพ์จันทร์ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ นานพอให้เธอรู้ว่าพนักงานคนไหนชอบดื่มกาแฟแบบไหน นานพอให้เธอจำตารางชีวิตของสิงห์ได้แทบทั้งหมด และนานพอที่จะรู้ว่าภายใต้ความนิ่งสงบของผู้ชายคนนั้น มีเรื่องมากมายที่เขาไม่เคยพูดออกมา

หลายสิ่งเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ แต่ก็ชัดเจน เธอไม่ได้เป็นเด็กสาวที่เดินตามเขาไปทุกที่อีกแล้ว การเรียนรู้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเปลี่ยนเธอไปมากกว่าที่คิด พิมพ์จันทร์เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าตัดสินใจมากขึ้น กล้าพูดในสิ่งที่คิด และบางครั้งถึงขั้นกล้าเถียงสิงห์ต่อหน้า แม้ว่าสุดท้ายจะยังแพ้อยู่ดีเกือบทุกครั้ง

เช้าวันนั้นเธอเดินลงมาที่ห้องอาหารพร้อมแท็บเล็ตในมือ ก่อนจะพบว่าสิงห์กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ น้ำเสียงของเขาเรียบเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างแตกต่างออกไป

"คืนนี้เจอกันตามกำหนด" เขาพูด จากนั้นเงียบฟังอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากขยับเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้ม "ได้"

หัวใจของพิมพ์จันทร์สะดุ้งอย่างมีเหตุผล แต่เธอต้องการหลีกเลี่ยงที่จะยอมรับ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอแทบไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนอยู่ในชีวิตของสิงห์นานพอจะมีความหมาย เขาทำงาน เดินทาง ประชุม กลับบ้าน แล้วก็เริ่มต้นใหม่อีกวัน ราวกับเรื่องความรักไม่เคยอยู่ในสมการ แต่เช้านี้กลับมีบางอย่างทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ

สิงห์วางโทรศัพท์ลง ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตา "มีอะไร"

"ไม่มีอะไรค่ะ"

"โกหก"

เธอถอนหายใจทันที บางครั้งเธอก็เกลียดที่เขาอ่านสีหน้าเธอออกง่ายเกินไป "อาสิงห์กำลังยิ้ม"

สิงห์เลิกคิ้วน้อยๆ "แล้ว"

"ปกติอาสิงห์ไม่ค่อยยิ้ม"

"ฉันยิ้ม"

"ปีละสองครั้ง"

มุมปากของเขาขยับอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม 

"งั้นปีนี้ถือว่าใช้โควตาไปแล้ว"

……

ช่วงค่ำ พิมพ์จันทร์กลับมาถึงคฤหาสน์เพียงลำพัง สิงห์ยังไม่กลับ เธอไม่ได้ใส่ใจนักในตอนแรก จนกระทั่งเกือบสามทุ่ม โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้น เป็นข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งพร้อมลิงก์ข่าวบันเทิง หญิงสาวกดเปิดโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็เงียบลง

ภาพถ่ายปรากฏอยู่บนหน้าจอ สิงห์และผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงสาวสวยสง่าในชุดราตรีสีดำ ทั้งคู่กำลังเดินออกจากโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เดินเคียงกันและใกล้กันมากพอจะทำให้สื่อเขียนข่าวได้หลายหน้า พิมพ์จันทร์จ้องภาพนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนเลื่อนลงไปอ่านข้อความด้านล่าง 

ข่าวลือ การคาดเดา คำถาม ความเป็นไปได้ มีแต่ความคลุมเครือและนั่นทำให้เธอร้อนใจ

สามวันต่อมา ภาพของผู้หญิงคนนั้นยังปรากฏอยู่ทุกที่ ในข่าว ในบทความ ในงานเลี้ยง แม้แต่พนักงานบางคนยังพูดถึง ชื่อของเธอคือรัญชนา นักธุรกิจรุ่นใหม่ สวย เก่ง เหมาะสม ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบเสียจนพิมพ์จันทร์รู้สึกหงุดหงิด

เย็นวันหนึ่ง เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานชั้นสาม ขณะที่สิงห์คุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกล 

"ผมจะไปรับคุณเอง" 

ประโยคนั้นดังเข้ามาในหู หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ แต่หัวใจกลับควบคุมได้ยาก

คืนนั้น เธอแทบไม่แตะอาหารเย็น สิงห์สังเกตเห็น เขาเป็นคนสังเกตทุกอย่างเสมอ 

"ไม่สบายหรือเปล่า" ชายวัยสี่สิบถามขึ้น

พิมพ์จันทร์ยยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม "เปล่าค่ะ"

"กินไปสองคำ"

"ไม่หิว"

สิงห์วางช้อนลง สายตาคมเข้มมองเธอเงียบๆ นานพอให้รู้สึกอึดอัด 

"ใครทำให้เธออารมณ์เสีย"

คำถามนั้นเจาะจงความจริง เพราะคนที่ทำให้เธออารมณ์เสียกำลังนั่งอยู่ตรงหน้า "ไม่มีใครค่ะ"

"พิมพ์จันทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนที่เธอรู้จักดี แต่ครั้งนี้เธอต้องการเงียบ ไม่อยากพูด ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไร 

"หนูเหนื่อย" เธอลุกขึ้นจากโต๊ะ "ขอตัวก่อนนะคะ"

คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ ลมเย็นพัดผ่านระเบียง แสงไฟในสวนยังคงสวยเหมือนทุกคืน แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป โทรศัพท์ถูกวางอยู่บนเตียง หน้าจอยังค้างอยู่ที่ภาพข่าวเดิม ภาพที่เธอควรจะเลื่อนผ่าน ควรจะหัวเราะกับมัน ควรจะไม่สนใจ แต่กลับทำไม่ได้ เพราะปัญหาคือเธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรเลยต่างหาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเอาแต่หวัง เอาแต่รอ เอาแต่เชื่อว่าความเงียบของสิงห์มีความหมาย แต่บางทีเธออาจคิดไปเองทั้งหมด

เช้าวันถัดมา เธอตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน พิมพ์จันทร์เริ่มมองหาคอนโด เธอต้องการเตือนตัวเองว่าโลกไม่ได้หมุนรอบผู้ชายคนเดียว สองวันหลังจากนั้น เธอเซ็นสัญญาเช่าห้องเพนต์เฮาส์แห่งหนึ่งใจกลางเมือง และไม่บอกใคร

จุดแตกหักมาถึงในคืนวันศุกร์ สิงห์กลับบ้านดึกเกือบสี่ทุ่ม และครั้งนี้ไม่ได้กลับมาคนเดียว รถอีกคันจอดตามเข้ามา หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมก้าวลงจากรถ...รัญชนา

พิมพ์จันทร์ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง มองภาพนั้นจากระยะไกล เธอเห็นทั้งคู่พูดคุยกัน เห็นสิงห์เดินไปส่งอีกฝ่ายถึงรถ เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่เขาแทบไม่เคยใช้กับใคร แล้วบางอย่างในอกก็พังลงอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงดัง ไม่มีน้ำตา แต่เจ็บ...เจ็บมาก

เช้าวันรุ่งขึ้น สิงห์ลงมาที่ห้องอาหารตามปกติ แต่เก้าอี้อีกตัวว่างเปล่า เขาเหลือบมองนาฬิกา เจ็ดโมงสิบห้า เจ็ดโมงครึ่ง แปดโมง ยังไม่มีใครลงมา ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านหัวใจ ก่อนที่แม่บ้านจะเดินเข้ามาพร้อมซองจดหมายสีขาว 

"คุณพิมพ์จันทร์ฝากไว้ค่ะ"

สิงห์รับมาเปิดออก ด้านในมีเพียงกระดาษแผ่นเดียว ลายมือคุ้นเคย 

"หนูย้ายออกแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"

โลกทั้งใบเงียบลงในวินาทีนั้น ชายวัยสี่สิบอ่านซ้ำอีกครั้ง แล้วอีกครั้ง ราวกับต้องการตรวจสอบข้อความ แต่มันยังคงเหมือนเดิม เขาวางกระดาษลงช้าๆ ก่อนหันไปมองเก้าอี้ว่างตรงข้าม เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ห้องอาหารของคฤหาสน์ดูใหญ่เกินไป และเงียบเกินไป

ค่ำวันเดียวกัน พิมพ์จันทร์ยืนอยู่หน้าแนวกระจกสูงของเพนต์เฮาส์แห่งใหม่ เมืองทั้งเมืองส่องแสงอยู่เบื้องล่าง โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้นหลายครั้งแต่เธอไม่รับ ข้อความเข้ามาอีกหลายข้อความเธอไม่อ่าน กระทั่งหน้าจอสว่างขึ้นอีกครั้ง ชื่อเดียวที่ทำให้หัวใจเธอสั่น...สิงห์

หญิงสาวมองอยู่หลายวินาที ก่อนปล่อยให้สายตัดไป จากนั้นไม่นานข้อความใหม่ก็เข้ามา สั้นมากสั้นจนเหมือนเจ้าของข้อความ 

"เปิดประตู"

พิมพ์จันทร์แข็งค้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที เพราะเธอรู้จักเขาดี และรู้ดีว่าถ้าสิงห์มาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง แปลว่าความเงียบที่เขาใช้มาตลอดหลายปี กำลังจะจบลงแล้ว

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

[3] หุ้นหัวใจของ CEO

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 3 : คนของฉัน

สามเดือนผ่านไปเร็วกว่าที่พิมพ์จันทร์เคยคิด เช้าวันหนึ่ง เธอนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องนอนขณะปล่อยให้ช่างแต่งหน้าจัดการกับเส้นผมยาวสลวยของเธออย่างเบามือ แสงแดดยามสายกำลังทอดตัวผ่านม่านสีครีมเข้ามาภายในห้อง กลิ่นดอกกุหลาบขาวจากแจกันตรงมุมห้องลอยจางๆ ในอากาศ คืนนี้เป็นงานเลี้ยงประจำปีของเครือโรงแรม งานใหญ่ระดับที่รวบรวมผู้คนจากหลายวงการเอาไว้ในสถานที่เดียว ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน นักการเมือง คนดัง และผู้คนอีกมากมายที่พิมพ์จันทร์เคยเห็นแต่ในหน้าข่าว

"คุณหนูสวยมากเลยค่ะ" ช่างแต่งหน้าพูดยิ้มๆ

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้มมองตัวเองในกระจก ชุดเดรสสีเงินอ่อนแนบลำตัวอย่างพอดี งดงามโดยไม่พยายามมากเกินไป สิงห์เป็นคนเลือกชุดนี้ หรือพูดให้ถูกกว่านั้น เขาเป็นคนปฏิเสธชุดอื่นทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ก่อน

"ชุดนี้เปิดหลังเยอะไป"

"ชุดนี้สั้นเกินไป"

"ชุดนี้ไม่เหมาะ"

 ตอนนั้นเธอหงุดหงิดจนแทบจะโยนแคตตาล็อกใส่หน้าเขา สุดท้ายจึงเหลือเพียงชุดเดียว ชุดที่เธอสวมอยู่ตอนนี้ และน่าโมโหที่สุดคือมันสวยจริงๆ

เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง พิมพ์จันทร์ก็พบว่าสิงห์กำลังรออยู่แล้ว เขาสวมสูทสีดำสนิทตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบ เรียบง่าย สง่างาม และดูแพงจนไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ใดๆ มายืนยัน ชายวัยสี่สิบเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ สายตาคมเข้มหยุดนิ่งอยู่ที่เธอ หนึ่งวินาที...สองวินาที...สามวินาที ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ซึ่งสำหรับคนอย่างสิงห์ นั่นกลับทำให้พิมพ์จันทร์รู้สึกประหม่าเสียยิ่งกว่าคำชม

"เป็นไงบ้างคะ" เธอถามในที่สุด

สิงห์ละสายตาออกช้าๆ "ใช้ได้"

พิมพ์จันทร์หรี่ตาทันที "แค่ใช้ได้?"

มุมปากของเขาขยับเล็กน้อย "เธอต้องการให้ตอบแบบไหน"

"อย่างน้อยก็ควรบอกว่าสวย"

"ถ้ารู้อยู่แล้วจะถามทำไม" หัวใจของหญิงสาวสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ก่อนที่เธอจะรีบหันหน้าหนี เพราะเกลียดตัวเองทุกครั้งที่ยังเขินกับประโยคสั้นๆ แบบนั้น ทั้งที่ควรชินได้แล้ว

โรงแรมหรูใจกลางเมืองสว่างไสวราวกับพระราชวังยุคใหม่ โคมไฟคริสตัลขนาดมหึมาส่องประกายเหนือศีรษะ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ท่ามกลางกลุ่มแขกที่กำลังพูดคุยกันอย่างสุภาพ ทันทีที่สิงห์ก้าวเข้าไปในงาน หลายคนก็เดินเข้ามาทักทาย เขาจำชื่อคนได้อย่างน่าทึ่ง จำรายละเอียดเล็กๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ พิมพ์จันทร์เดินอยู่ข้างกายเขา คอยสังเกต คอยเรียนรู้ และบางครั้งก็เผลอมองใบหน้าคมคายนั้นนานเกินไป

"เบื่อไหม" สิงห์ถามขึ้นระหว่างที่เดินผ่านโถงจัดงาน

"ยังค่ะ"

"โกหก"

"อาสิงห์รู้ได้ยังไง"

"เพราะเธอเริ่มนับจำนวนโคมไฟแล้ว" พิมพ์จันทร์หัวเราะออกมา ถูกจับได้อีกแล้ว

ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาแนะนำตัว อายุอาจมากกว่าเธอไม่กี่ปี หน้าตาดี พูดจาฉะฉาน และดูสนใจเธออย่างชัดเจน บทสนทนาเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พิมพ์จันทร์พบว่าตัวเองกำลังยิ้ม กำลังหัวเราะ และกำลังคุยอย่างสบายใจ กระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสิงห์ที่ยืนอยู่ไกลออกไป เขากำลังคุยกับกลุ่มผู้บริหารอีกกลุ่มหนึ่ง สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่บางอย่างทำให้เธอรู้สึกว่าเขากำลังมองมาแม้จะอยู่ไกลขนาดนั้น

หลังจบงานเกือบเที่ยงคืน รถยนต์สีดำเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมอย่างเงียบเชียบ พิมพ์จันทร์ยังอารมณ์ดี เธอเล่าเรื่องบทสนทนาต่างๆ ภายในงานด้วยความสนุก ก่อนจะสังเกตเห็นว่าสิงห์เงียบผิดปกติ

"เหนื่อยเหรอคะ" ไม่มีคำตอบในทันที ชายวัยสี่สิบยังคงมองถนนเบื้องหน้า

"ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร"

พิมพ์จันทร์ตาเบิกขึ้นเล็กน้อย "ใคร"

"คนที่คุยกับเธอเกือบชั่วโมง"

เธอพยายามกลั้นยิ้ม "จำไม่ได้แล้วค่ะ"

"จริงเหรอ"

"จริง"

สิงห์เงียบไป เงียบจนน่าสงสัย 

หญิงสาวหันไปมองเขาเต็มๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงใสซื่ออย่างจงใจ 

"ทำไมคะ"

"เปล่า"

"ถามทำไม"

"แค่ถาม" พิมพ์จันทร์หัวเราะในลำคอ เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา ที่เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังได้เปรียบอยู่เล็กน้อยแม้เพียงนิดเดียวก็ตาม

สองสัปดาห์ต่อมา เช้าวันหนึ่งในห้องทำงานชั้นสาม พิมพ์จันทร์กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่เงียบๆ เมื่อโทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้น ข้อความใหม่ปรากฏบนหน้าจอ เป็นข้อความจากชายหนุ่มคนนั้น เขาชวนเธอไปทานอาหารเย็น ง่ายๆ ตรงไปตรงมาและสุภาพ หญิงสาวมองข้อความอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยังไม่ตอบ เธอวางโทรศัพท์ลงตามเดิม โดยไม่ทันสังเกตว่าอีกฟากของโต๊ะทำงาน สิงห์กำลังมองอยู่

"ทำไมไม่ตอบ" เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากผ่านไปหลายนาที

พิมพ์จันทร์เงยหน้าขึ้น "อะไรคะ"

"ข้อความ"

หญิงสาวพยายามเก็บอาการ "คุณเห็นด้วยเหรอ"

"เธอเปิดหน้าจอสว่างขนาดนั้น" เธอหลุดหัวเราะ สมเหตุสมผลเกินไปจนเถียงไม่ออก

"แล้วยังไงคะ"

สิงห์ปิดแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ "เธอจะไปไหม" 

คำถามนั้นฟังดูธรรมดา แต่พิมพ์จันทร์กลับรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาเลย

"ถ้าหนูไปล่ะ" สายตาของทั้งสองสบกันกลางความเงียบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกสูงด้านหลัง ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในบรรยากาศนิ่งงันอย่างประหลาด

สิงห์มองเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบเรียบๆ "ก็เรื่องของเธอ"

ประโยคนั้นควรทำให้เธอสบายใจ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะน้ำเสียงของเขา และเพราะแววตาคู่นั้น ดูเหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่างที่เจ้าตัวไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ พิมพ์จันทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้สนใจคำชวนมื้อเย็นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เธอกำลังคิดจริงๆ กลับเป็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า ผู้ชายที่เอาแต่บอกว่าเธอเป็นอิสระ แต่ทุกครั้งที่มีใครพยายามเข้าใกล้เธอ ความเงียบของเขาจะเปลี่ยนไปเสมอ และยิ่งเวลาผ่านไป พิมพ์จันทร์ก็ยิ่งเริ่มสงสัยว่า คนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอยู่ในบ้านหลังนี้ อาจไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

[2] หุ้นหัวใจของ CEO

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 2 : ห้องเรียนของนักล่า

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตรงเวลาเจ็ดโมงเช้าไม่ขาดแม้แต่นาทีเดียว พิมพ์จันทร์ลืมตาขึ้นท่ามกลางความงัวเงีย แสงแดดยามเช้าสีอ่อนส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง เธอเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหรี่ตามองตัวเลขบนหน้าจอ 07.00 น. ตรงเป๊ะ หญิงสาวซุกหน้าลงกับหมอนอีกครั้ง ครึ่งวินาทีถัดมาเธอก็จำได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่บ้านแล้ว

เมื่อคืนเธอใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเดินสำรวจห้องนอน สำรวจระเบียง และพยายามบอกตัวเองว่าการมาอยู่ที่นี่เป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก แน่นอน เธอพบว่าความจริงตรงกันข้าม

"คุณพิมพ์จันทร์คะ" เสียงแม่บ้านดังมาจากด้านนอก "คุณสิงห์รออยู่ที่ห้องอาหารค่ะ"

หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจยาว วันแรกก็เริ่มด้วยการถูกควบคุมเวลาแล้วสินะ

สี่สิบนาทีต่อมา พิมพ์จันทร์เดินลงบันไดด้วยชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเรียบง่าย เส้นผมยาวถูกมัดรวบอย่างลวกๆ เพราะเธอรีบเกินไป กลิ่นกาแฟคั่วสดลอยอ่อนๆ อยู่ในอากาศ ห้องอาหารยามเช้าเงียบสงบกว่าที่เธอคุ้นเคย ไม่มีเสียงโทรทัศน์ ไม่มีเสียงคนพูดคุย มีเพียงเสียงหน้ากระดาษที่ถูกเปิดผ่านเป็นครั้งคราว

สิงห์นั่งอยู่หัวโต๊ะ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อย นาฬิกาหรูบนข้อมือสะท้อนแสงแดดบางเบา เขากำลังอ่านเอกสารบางอย่างขณะดื่มกาแฟ ภาพนั้นดูเรียบง่าย แต่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด เสน่ห์ของคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ตลอดเวลา

"สาย" เขาพูดโดยไม่เงยหน้า

พิมพ์จันทร์ชะงัก "แค่ห้านาทีเองค่ะ"

"แปดนาที" เธอก้มมองนาฬิกา 08 นาทีจริงๆ หญิงสาวเม้มปากทันที "ใครจะไปนับละเอียดขนาดนั้น"

คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมเข้มสบเข้ากับเธอโดยตรง 

"คนที่ให้ความสำคัญกับเวลา" น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่ก็ไม่มีพื้นที่ให้โต้แย้ง

พิมพ์จันทร์นั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะพบว่าบนโต๊ะมีอาหารเช้าจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างถูกเลือกมาอย่างพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เหมือนเจ้าของบ้าน

"วันนี้เริ่มเรียนเลยเหรอคะ"

"ใช่"

"เช้าไปไหม"

"โลกไม่ได้เริ่มหมุนตอนที่เธอตื่น" คำตอบนั้นทำให้เธอเกือบสำลักน้ำผลไม้ ส่วนเจ้าของประโยคกลับยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มอย่างสงบ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา พิมพ์จันทร์ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่บนชั้นสามของคฤหาสน์ สิงห์แตะคีย์การ์ดลงบนเครื่องอ่าน เสียงล็อกดังขึ้นเบาๆ ประตูเปิดออกช้าๆ สิ่งที่อยู่ด้านในทำให้เธอหยุดเดินทันที ห้องกว้างขนาดเกือบครึ่งชั้นของอาคาร ผนังกระจกสูงทอดยาวมองเห็นแนวต้นไม้และท้องฟ้าด้านนอก โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง จอภาพหลายจอเรียงรายอยู่บนผนังด้านหนึ่ง ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานเต็มไปด้วยหนังสือปกแข็งจากทั่วโลก ทุกอย่างดูสะอาด เป็นระเบียบ และเงียบสงบอย่างน่าประหลาด ไม่เหมือนห้องทำงาน แต่เหมือนห้องบัญชาการของใครบางคน

"นี่ห้องที่ห้ามเข้าใช่ไหม" เธอถาม

"ใช่"

"แล้วทำไมวันนี้ถึงเข้าได้"

สิงห์เดินผ่านเธอไป ก่อนจะตอบเรียบๆ "เพราะตั้งแต่วันนี้เธอจะใช้เวลาอยู่ที่นี่"

หัวใจของพิมพ์จันทร์เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะห้อง แต่เป็นเพราะความรู้สึกของการได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา

ช่วงเช้าผ่านไปเร็วกว่าที่คิด สิงห์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเรื่องเงิน ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตัวเลข เขาเริ่มต้นด้วยคำถามที่ทำให้เธอหงุดหงิดหลายครั้ง เพราะทุกครั้งที่เธอคิดว่าตัวเองตอบถูก เขาจะถามต่ออีกหนึ่งคำถามเสมอ ราวกับกำลังค่อยๆ รื้อวิธีคิดเดิมทั้งหมดออกทีละชิ้น พิมพ์จันทร์เริ่มเข้าใจอย่างรวดเร็วว่า สิ่งที่ยากไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นคนสอน เขาไม่เคยปล่อยผ่านคำตอบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เคยชมเพียงเพื่อให้กำลังใจ และไม่เคยช่วยเหลือก่อนที่เธอจะพยายามด้วยตัวเองจนสุดทาง

ตอนเที่ยงเธอเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางถอนหายใจแรง "เหนื่อย"

สิงห์ปิดแฟ้มเอกสารลง "ดี"

เธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ "หนูบอกว่าเหนื่อย"

"ฉันรู้"

"แล้วทำไมถึงบอกว่าดี"

ชายวัยสี่สิบมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบๆ 

"เพราะเธอกำลังเรียนจริงๆ" 

พิมพ์จันทร์เงียบไป คำตอบนั้นง่ายมาก แต่กลับทำให้เธอเถียงไม่ออก

ช่วงบ่ายทั้งคู่เดินทางเข้าเมือง รถยนต์สีดำเคลื่อนตัวผ่านถนนที่เต็มไปด้วยตึกสูงและแสงแดดสีทองของบ่ายแก่ พิมพ์จันทร์นั่งมองวิวด้านนอก ก่อนจะหันกลับมามองชายที่นั่งข้างกัน สิงห์กำลังคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงทุ้มต่ำ สั้น กระชับ ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย ไม่มีอารมณ์เกินจำเป็น แต่ทุกครั้งที่เขาพูด คนปลายสายจะเงียบฟังทันที อำนาจบางอย่างไม่จำเป็นต้องแสดงออก มันปรากฏอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้เอง

เมื่อวางสายลง เขาหันมาพบว่าเธอกำลังมองอยู่ "มีอะไร"

"เปล่าค่ะ"

"โกหก"

เธอหัวเราะเบาๆ "แค่สงสัย"

"สงสัยอะไร"

"ว่าคุณเหนื่อยบ้างไหม"

คำถามนั้นทำให้สิงห์นิ่งไปชั่วครู่ ไม่มากแต่พอให้เธอสังเกตเห็น จากนั้นเขาจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง 

"ทุกคนก็เหนื่อยทั้งนั้น" คำตอบเรียบง่าย แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าเดิม

ค่ำวันนั้น พิมพ์จันทร์นั่งอยู่บนระเบียงห้อง สายลมอ่อนๆ พัดผ่านเส้นผม เบื้องล่างคือสวนที่ถูกจัดแสงไวอย่างสวยงาม บ้านทั้งหลังเงียบสงบ เธอควรมีความสุข ควรตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ แต่ความจริงแล้วเธอกลับกำลังคิดถึงบทสนทนาสั้นๆ ระหว่างวัน คิดถึงสายตาที่นิ่งเกินไป คิดถึงวิธีที่สิงห์มองโลก และคิดถึงวิธีที่เขามองเธอ ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่เด็ก แต่เหมือนปัญหาบางอย่างที่เขายังหาคำตอบไม่ได้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ พิมพ์จันทร์หันกลับไป เมื่อเปิดประตูเธอก็พบแม่บ้านถือถาดเล็กๆ อยู่ 

"คุณสิงห์ให้เอามาให้ค่ะ"

บนถาดมีแก้วนมอุ่นหนึ่งแก้ว กับกระดาษโน้ตสั้นๆ ลายมือเรียบคมเหมือนเจ้าของ "พรุ่งนี้หกโมงครึ่ง" 

พิมพ์จันทร์มองข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เขาไม่ได้ถามว่าเธอพร้อมหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าสะดวกหรือเปล่า เพียงแค่แจ้งเวลา ราวกับมั่นใจอยู่แล้วว่าเธอจะตื่น หญิงสาวยกแก้วนมขึ้นดื่ม ริมฝีปากค่อยๆ ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ภายในห้องทำงานซึ่งยังเปิดไฟอยู่ สิงห์ยืนอยู่หน้าแนวกระจกสูง สายตาทอดมองสวนด้านนอกที่เงียบสงบ ก่อนจะเลื่อนไปยังหน้าต่างห้องนอนฝั่งตะวันออก ไฟยังเปิดอยู่ เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลึกลงไปในความเงียบ ผู้ชายที่ควบคุมทุกอย่างได้เสมอเริ่มตระหนักทีละน้อยว่า การดูแลพิมพ์จันทร์หนึ่งปี อาจไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายอย่างที่เขาคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

[1] หุ้นหัวใจของ CEO

— AISOON • ไอศูรย์ —
คลังนิยายระดับ Luxury

หุ้นหัวใจของ CEO

หุ้นหัวใจของ CEO

ตอนที่ 1 : สิงโตเฝ้าบ้าน

เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเคลือบเนื้อบางดังขึ้นเบาๆ กลางโต๊ะอาหารยาวที่รองรับคนได้กว่าสิบคน แต่เช้าวันนี้กลับมีคนนั่งอยู่เพียงสามคน แสงแดดยามสายส่องผ่านผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ทาบเงาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มอย่างงดงาม ทุกอย่างในคฤหาสน์หลังนี้ดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพถ่ายในนิตยสารสถาปัตยกรรมชั้นนำ ยกเว้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร

พิมพ์จันทร์วางแก้วน้ำลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้ามองผู้หญิงที่นั่งตรงข้าม แม่เลี้ยงของเธอกำลังจัดผ้าเช็ดปากบนตักอย่างประณีต ราวกับไม่รับรู้ถึงสายตาเย็นชาที่ส่งไปให้

"หนูจันทร์ควรเริ่มคิดเรื่องอนาคตจริงจังได้แล้วนะคะ" น้ำเสียงอ่อนหวานถูกส่งออกมาอย่างนุ่มนวล นุ่มนวลจนคนฟังรู้ดีว่ามีหนามซ่อนอยู่ข้างใน

"หนูคิดอยู่ทุกวันค่ะ" พิมพ์จันทร์ตอบโดยไม่แม้แต่จะยิ้ม

"งั้นก็ดีเลยค่ะ เพราะคุณพ่อกำลังจะเดินทางอีกหลายเดือน ถ้ามีเวลาว่างมากเกินไปก็คงไม่ดี"

เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่ายังไงคะ"

"ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" หญิงวัยกลางคนยิ้มบางๆ "แค่เป็นห่วงว่าบางคนอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการช้อปปิ้งหรือสร้างปัญหา"

บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที คนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างก้มหน้าลงราวกับไม่อยากมีตัวตนอยู่ตรงนั้น พิมพ์จันทร์หัวเราะในลำคอ ไม่ได้หัวเราะเพราะขำ แต่เพราะเธอรู้สึกเหนื่อย ตลอดสองปีที่ผ่านมา ทุกบทสนทนากลายเป็นการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกคำพูดถูกห่อด้วยรอยยิ้ม ทุกประโยคถูกเคลือบด้วยมารยาท และทุกครั้งที่เธอคิดว่าจะปล่อยผ่านได้ ก็จะมีใครบางคนโยนก้อนหินลงมาในน้ำที่กำลังสงบ

"ถ้าหนูสร้างปัญหาจริงๆ บ้านหลังนี้คงสงบกว่านี้เยอะค่ะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงทุ้มของผู้เป็นพ่อจะดังขึ้น "พอ" คำเดียว แต่หนักแน่นพอจะหยุดทุกอย่าง

พิมพ์จันทร์หันไปมองชายวัยสี่สิบปลายๆ ที่นั่งหัวโต๊ะ ความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่ในแววตาของเขาอย่างชัดเจน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ธุรกิจในยุโรปมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องจัดการด้วยตัวเอง เขาแทบไม่ได้พัก และตอนนี้ยังต้องมาปวดหัวกับคนในบ้านอีก ความรู้สึกผิดแล่นผ่านหัวใจของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความคิดบางอย่าง ความคิดที่เธอเก็บเอาไว้หลายสัปดาห์แล้ว

"พ่อคะ" ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้น "หนูตัดสินใจแล้ว"

"เรื่องอะไร"

พิมพ์จันทร์วางช้อนลง สบตาบิดาโดยตรง "หนูจะไปเรียนหุ้นกับอาสิงห์"

เสียงทุกอย่างในห้องเหมือนหยุดลงพร้อมกัน แม้แต่คนรับใช้ยังเผลอชะงัก ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวนิ่ง นิ่งเสียจนพิมพ์จันทร์เริ่มรู้ว่าตัวเองกำลังจุดชนวนอะไรบางอย่าง

"ไม่ได้" คำตอบมาแทบจะทันที

เธอสูดหายใจเข้าลึก "หนูยังพูดไม่จบเลยนะ"

"ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้"

"ทำไมคะ"

"เพราะฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร"

ดวงตากลายเป็นนิ่งช้าลง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างมีเหตุผล และทุกคนบนโต๊ะก็รู้ดี พ่อของเธอถอนหายใจออกมา "จันทร์...สิงห์ไม่ใช่คนที่เธอควรไปอยู่ด้วยเป็นปี"

เด็กสาวเม้มริมฝีปาก "หนูไปเรียนเรื่องงาน"

"เธอแน่ใจเหรอ"

คำถามนั้นตรงเกินไป ตรงจนเธอรู้สึกร้อนที่ใบหู เพราะทั้งสองคนต่างรู้ว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องงาน ไม่ได้มีแค่เรื่องหุ้น และไม่ได้มีแค่เรื่องอนาคต มีใครบางคนอยู่ตรงกลางของเหตุผลทั้งหมดนั้น ผู้ชายคนหนึ่ง...ผู้ชายที่เธอแอบรักมานานหลายปี ผู้ชายที่รู้เรื่องนั้นดี ดีเสียจนไม่เคยปล่อยให้เธอเข้าใกล้เกินไปแม้แต่นิดเดียว แต่ก็พึงพอใจที่จะไม่ผลักไสเธอออกไป

"หนูอายุสิบเก้าแล้วนะคะ หนูดูแลตัวเองได้"

"นั่นไม่ใช่ประเด็น"

"งั้นประเด็นคืออะไร"

ผู้เป็นพ่อเงียบไป สายตาของเขาเลื่อนไปยังสวนด้านนอก ก่อนจะกลับมาหยุดที่ลูกสาวอีกครั้ง 

"ประเด็นคือฉันรู้จักสิงห์ดี และฉันรู้จักลูกสาวตัวเองดีกว่า"

หัวใจของเธอกระตุกวูบ เหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าซ่อนความลับเอาไว้ แต่ครั้งนี้เธอไม่คิดจะถอย ไม่อีกแล้ว

"หนูไม่ได้จะไปสารภาพรักเขาค่ะ" เธอพูดเรียบๆ "หนูแค่อยากไปเรียนรู้เรื่องหุ้น"

"แล้วถ้าหัวใจเธอไม่ยอมเรียนรู้ตามสมองล่ะ" 

คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง 

"อย่างน้อยหนูก็อยากลองใช้ชีวิตของตัวเอง"

แววตาของพ่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองลูกสาวตรงหน้าอยู่นาน นานจนเหมือนกำลังมองเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน แต่เด็กคนนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงหญิงสาวที่เติบโตขึ้นทุกวัน และกำลังพยายามเดินออกไปจากอ้อมแขนของเขาด้วยวิธีของตัวเอง เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว และนั่นคือสัญญาณแรกของความพ่ายแพ้

ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารอยู่พักใหญ่ พ่อของเธอลูบขอบแก้วกาแฟช้าๆ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างเหตุผลหลายสิบข้อในหัว ในฐานะนักธุรกิจ เขาเป็นคนตัดสินใจรวดเร็วเสมอ แต่ในฐานะพ่อ บางครั้งเรื่องง่ายที่สุดกลับกลายเป็นเรื่องยากที่สุด

"ฉันจะคุยกับสิงห์ก่อน" ประโยคนั้นทำให้พิมพ์จันทร์ต้องพยายามอย่างหนักไม่ให้ยิ้มออกมา เพราะเธอรู้จักพ่อดี เมื่อเขาเลิกพูดคำว่า "ไม่ได้" และเปลี่ยนเป็น "จะคุยก่อน" แปลว่ากำแพงเริ่มมีรอยร้าวแล้ว 

หญิงสาวก้มหน้าลงตักซุปต่ออย่างเงียบๆ แต่หัวใจกลับเต้นเร็วจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง

…..

สามวันต่อมา ฝนโปรยลงมาเหนือกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงบ่าย ละอองน้ำเกาะอยู่บนกระจกห้องนอนของพิมพ์จันทร์เป็นเส้นยาว เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมผืนหนานุ่มข้างหน้าต่าง มือถือถูกวางคว่ำอยู่ข้างตัว ตั้งแต่เช้าเธอเอาแต่เดินวนไปมา หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วก็วางลง เหมือนคนที่กำลังรอผลสอบสำคัญที่สุดในชีวิต

กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่บ้านเปิดประตูเข้ามา "คุณหนูคะ คุณท่านเรียกค่ะ"

พิมพ์จันทร์ลุกขึ้นแทบจะทันที เธอเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นพ่อกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างในห้องรับแขก โทรศัพท์ยังอยู่ในมือ ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยกว่าเดิมเล็กน้อย

"พ่อคุยกับอาสิงห์แล้วเหรอคะ"

ชายสูงวัยหันกลับมา สายตานั้นเต็มไปด้วยความหมายซับซ้อน "คุยแล้ว"

"แล้ว..."

"เขาตอบตกลง" ความโล่งใจพุ่งผ่านทั้งร่าง รวดเร็วจนเธอต้องกำมือแน่น แต่ประโยคถัดมาทำให้เธอชะงัก "แต่มีเงื่อนไข"

พิมพ์จันทร์เลิกคิ้ว "อะไรคะ"

"เธอจะอยู่ที่นั่นในฐานะนักเรียน ไม่ใช่เจ้าหญิง และเขาบอกว่าถ้าเธอสร้างปัญหา เขาจะส่งกลับบ้านทันที"

"หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ"

"นั่นแหละที่ฉันกลัว" ผู้เป็นพ่อพึมพำเบาจนเกือบไม่ได้ยิน

…..

เย็นวันเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิด คฤหาสน์ทั้งหลังดูวุ่นวายกว่าปกติ กระเป๋าเดินทางสามใบถูกจัดวางเรียงกันหน้าประตู พ่อของเธอมีไฟลต์ช่วงค่ำไปยุโรป ส่วนเธอจะย้ายออกจากบ้านในวันเดียวกัน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทั้งสองคนกำลังแยกจากกันพร้อมกัน ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในอก เหมือนหน้าสุดท้ายของหนังสือบทหนึ่งกำลังถูกปิดลง และหน้าถัดไปกำลังจะเริ่มต้น

รถสีดำคันยาวเลี้ยวเข้ามาในลานด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังรบกวน ไม่มีควาพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ทุกสายตากลับหันไปมองพร้อมกัน ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง รถหยุดนิ่ง คนขับลงมาเปิดประตูด้านหลัง และชายคนหนึ่งก้าวออกมา

หัวใจของพิมพ์จันทร์หยุดไปหนึ่งจังหวะ ทั้งที่ควรชินแล้วแต่เธอไม่เคยชินเลยสักครั้ง สิงห์สูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนเทิเมตรเล็กน้อย ร่างกายของคนที่ดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอดหลายปีทำให้ชุดสูทสีเข้มเรียบง่ายดูมีราคาแพงกว่าความเป็นจริงหลายเท่า เขาไม่ได้มีความสดใสแบบคนอายุสิบเก้ากว่า แต่มีบางอย่างที่หนักแน่นกว่า มั่นคงกว่า และอันตรายกว่ามาก สายตาคมกริบกวาดมองทุกอย่างเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหยุดที่เธอ

"สวัสดี" น้ำเสียงทุ้มลึกดังขึ้น

ผู้เป็นพ่อเดินเข้าไปจับมือเพื่อนสนิท คนสองคนที่รู้จักกันมานานกว่าสิบเก้าปีแลกเปลี่ยนบทสนทนาสั้นๆ สิงห์หันมาทางเธอในที่สุด สายตาคมเข้มกวาดผ่านใบหน้า เส้นผม ชุดเดรสสีครีม แล้วกลับขึ้นมาสบตาอีกครั้ง ไม่ถึงสองวินาทีแต่เธอกลับรู้สึกราวกับถูกประเมินทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

"โตขึ้นเยอะ" เขาพูด

พิมพ์จันทร์เม้มริมฝีปาก "อาสิงห์คิดว่าหนูยังเด็กอยู่เหรอคะ"

มุมปากของชายวัยสี่สิบขยับน้อยๆ คล้ายรอยยิ้มแต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้ม "คำถามนี้ค่อยตอบทีหลัง"

หลังอาหารเย็นมื้อสุดท้ายร่วมกับพ่อ เวลาลาจริงก็มาถึง ผู้เป็นพ่อดึงลูกสาวเข้ากอดแน่นนานกว่าปกติ "ดูแลตัวเอง"

"ค่ะ"

"อย่าดื้อ"

"หนูไม่ดื้อ"

"สิงห์" ชายสูงวัยหันไปหาเพื่อน "ฝากด้วย"

สิงห์พยักหน้าเพียงครั้งเดียว "ไม่ต้องห่วง" 

เป็นคำตอบสั้นๆ แต่มั่นคงจนทำให้คนฟังเชื่อได้ทันที

ภายในรถเงียบกว่าที่พิมพ์จันทร์คิด แสงไฟของเมืองไหลผ่านกระจกเป็นเส้นยาว ฝนยังตกปรอยๆ เธอนั่งอยู่เบาะด้านหลังข้างเดียวกับสิงห์ ระยะห่างไม่มากแต่ก็ไม่ใกล้ กลิ่นหนังแท้คุณภาพสูงผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขาเป็นกลิ่นที่เธอจำได้เสมอ

"มองอะไร" เสียงทุ้มดังขึ้นโดยไม่หันมา

พิมพ์จันทร์สะดุ้งเล็กน้อย "เปล่านี่คะ"

"งั้นก็ดี" เขายังมองเอกสารในมือ "เพราะเธอมองอามาตั้งแต่ขึ้นรถ"

ความร้อนแล่นขึ้นมาถึงใบหูทันที คนถูกจับได้หันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง ขณะที่เจ้าของประโยคกลับนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงกระดาษถูกปิดลง

"พ่อเธอบอกว่าอยากเรียนเรื่องลงทุน"

"ค่ะ"

"ทำไม"

เธอหันกลับมา "หนูสนใจ"

"นั่นไม่ใช่เหตุผล"

"แล้วเหตุผลแบบไหนถึงจะผ่าน"

สิงห์หันมาสบตาเธอเต็มๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ขึ้นรถ แววตานั้นนิ่งเกินไปจนเหมือนกำลังมองทะลุความคิดของคนตรงหน้า "เหตุผลที่จริงกว่านี้"

หัวใจของพิมพ์จันทร์เต้นแรง เธอรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร และเขาก็รู้ว่าเธอรู้ เกมนี้ดำเนินมาหลายปีแล้ว เกมที่ไม่มีใครพูดความจริงออกมาตรงๆ

"หนูอยากเก่งเหมือนอาสิงห์" เธอตอบในที่สุด

สิงห์มองเธออยู่สองวินาที ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "คำตอบนี้ฟังขึ้นหน่อย"

คฤหาสน์ของสิงห์ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างเงียบสงบทางชานเมือง ประตูเหล็กสูงเปิดออกช้าๆ รถเคลื่อนผ่านสวนที่ได้รับการดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟสนามสีอุ่นทоดยาวไปจนถึงตัวอาคาร พิมพ์จันทร์เคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่คืนนี้ต่างออกไปเพราะเธอไม่ได้มาเยี่ยม เธอกำลังจะอาศัยอยู่ที่นี่

บ้านหลังใหญ่สว่างด้วยแสงไฟสีทองนุ่มนวล ทุกอย่างดูสงบ สะอาด และเป็นระเบียบจนน่าประหลาดเหมือนเจ้าของบ้าน เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ผู้จัดการบ้านและพนักงานหลายคนยืนรอต้อนรับอยู่แล้ว สิงห์กล่าวแนะนำสั้นๆ ก่อนจะพาเธอขึ้นไปยังชั้นสองด้วยตัวเอง

ห้องพักอยู่สุดทางเดินฝั่งตะวันออก ประตูถูกเปิดออก พิมพ์จันทร์ก้าวเข้าไปช้าๆ ห้องกว้างกว่าคอนโดหรูหลายแห่งรวมกันเสียอีก ผ้าม่านสีครีมพลิ้วไหวอยู่หน้าแนวกระจกบานสูง เตียงขนาดใหญ่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีดอกไม้สดอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง

"ชอบไหม"

เธอหันกลับไป "สวยมากค่ะ"

สิงห์พยักหน้า ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท เป็นบัตรคีย์การ์ดสีดำด้าน เขาวางมันลงบนโต๊ะ "นี่สำหรับพื้นที่ส่วนตัวบางส่วนของบ้าน"

"บางส่วน?"

"บางส่วน"

พิมพ์จันทร์หรี่ตา "แล้วส่วนที่เหลือล่ะ"

"เข้าไม่ได้"

"ทำไม"

"เพราะฉันบอกว่าเข้าไม่ได้" คำตอบนั้นเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ ไม่มีการขึ้นเสียง แต่กลับทำให้เธอรู้สึกถึงอำนาจที่ชัดเจนอย่างประหลาด ราวกับเขาไม่ได้ออกคำสั่ง เพียงแค่บอกความจริงข้อหนึ่งของโลก และโลกใบนั้นไม่มีใครต่อรองได้

สิงห์มองนาฬิกาข้อมือ "พักผ่อนให้เต็มที่"

"แล้วพรุ่งนี้ล่ะคะ"

"เจ็ดโมงเช้า"

เธอเบิกตา "เช้าเกินไปไหม"

"สำหรับคนอยากเรียนรู้ชีวิตจริง" เขาเปิดประตู ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง สายตาคมเข้มหยุดอยู่บนใบหน้าเธอเพียงครู่เดียว "ยินดีต้อนรับสู่โลกของผู้ใหญ่ พิมพ์จันทร์"

แล้วประตูก็ปิดลง ทิ้งให้เธอยืนอยู่ลำพังกลางห้องเงียบสงบ เด็กสาวเดินไปยังหน้าต่าง มองแสงไฟของสวนด้านล่าง หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะบ้านหลังใหม่ ไม่ใช่เพราะการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นเพราะเจ้าของบ้าน ผู้ชายที่เดินออกจากห้องไปเมื่อครู่ ผู้ชายที่เธอแอบรักมานานหลายปี และนับจากคืนนี้ เธอกำลังจะใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกับเขาตลอดหนึ่งปีเต็ม โดยที่ยังรู้ดีว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดในบ้านหลังนี้ อาจไม่ใช่กฎระเบียบของสิงห์ แต่เป็นหัวใจของเธอเอง

© 2026 คลังนิยายระดับ Luxury
AISOON • ไอศูรย์

นิยายที่แนะนำ

[5] The Sovereign’s Heart ♈ อาณาจักรไร้รัก

The Sovereign’s Heart  ♈  อาณาจักรไร้รัก AISOON • ไอศูรย์ | Luxury Fiction ©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพ...

นิยายที่ได้รับความนิยม